แพลตฟอร์มเทรดคริปโตระดับโลก อัฟโฮลด์(Uphold) เดินหน้าปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ลดพนักงานราว 17% ของทั้งองค์กร เพื่อหันไปโฟกัส ‘ธุรกิจลูกค้าองค์กร’ มากขึ้น ท่ามกลางภาวะซบเซาของนักลงทุนรายย่อย แต่ความต้องการจากฝั่งสถาบันและธุรกิจกลับเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัฟโฮลด์เปิดเผยว่าได้ปลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 85 คน ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและสัญญาจ้าง โดยเป็นการปรับลดที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาค การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นยุทธศาสตร์การโยกทรัพยากรไปสู่บริการ ‘โซลูชันสำหรับองค์กร’ ที่กำลังเติบโตเร็ว ในขณะที่ปริมาณเทรดของลูกค้ารายย่อยชะลอลงตามภาวะตลาดคริปโตที่อ่อนแรง
ไซมอน แม็กลาฟลิน(Simon McLoughlin) ซีอีโอของอัฟโฮลด์ ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วจนจำนวนพนักงานแทบจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะนี้จึงเป็นช่วงเวลาในการ “จัดระเบียบโครงสร้างธุรกิจใหม่” เขาย้ำว่าถึงแม้กิจกรรมการซื้อขายในระยะสั้นจะลดลง แต่ ‘ความเชื่อมั่นในอนาคตระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน’ กลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
อัฟโฮลด์ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้ซื้อขายได้ทั้งคริปโตเคอร์เรนซี, สกุลเงินดั้งเดิม, หุ้น และโลหะมีค่า ภายใต้เพียงหนึ่งบัญชี ในช่วงหลังบริษัทเริ่มลดการพึ่งพาธุรกิจฝั่งผู้บริโภค และเร่งขยายสายงานอินฟราสตรักเชอร์ให้กับธนาคาร, ฟินเทค และโบรกเกอร์หลักทรัพย์ ที่ต้องการ ‘ผสานฟังก์ชันคริปโต’ เข้าไปในบริการของตัวเอง
ทิศทางใหม่นี้สอดคล้องกับภาพรวมตลาด โดยตลาดคริปโตเผชิญภาวะอ่อนตัวต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ไตรมาส มูลค่าตลาดรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ลดลงมาแถวราว 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายหดตัว ขณะที่การเข้าร่วมของนักลงทุนรายย่อยก็ซบลงตามไปด้วย ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกระแสเงินไหลออกจากกองทุนอีทีเอฟคริปโต โดยเฉพาะในสหรัฐที่กองทุนอีทีเอฟบิตคอยน์(BTC) แบบสปอต มียอดเงินไหลออกสุทธิรวมกันราว 6.9 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน แม้ในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มเห็นสัญญาณเงินไหลกลับเข้ามาบ้าง แต่เมื่อเทียบกับตัวเลขเงินที่ไหลออกไปก่อนหน้าแล้ว ‘จังหวะการฟื้นตัวถือว่ายังจำกัด’
อัฟโฮลด์ย้ำว่าการลดคนครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการปิดหรือถอนการดำเนินงานในต่างประเทศ รวมถึงสำนักงานในสหราชอาณาจักร โดยทุกศูนย์ปฏิบัติการทั่วโลกยังคงเปิดทำการตามปกติ บริษัทระบุว่าธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับองค์กรกำลังเติบโตในอัตราที่รวดเร็ว ธนาคารและฟินเทคมีความต้องการสูงขึ้นในการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลแก่ลูกค้า ทำให้กลุ่มธุรกิจนี้กลายเป็น ‘เสาหลักการเติบโต’ ใหม่ของบริษัทอย่างชัดเจน
อัฟโฮลด์มีแผนจะเผยกลยุทธ์การเติบโตเพิ่มเติมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทั้งการลงทุนและการจ้างงานจะถูกจัดสรรใหม่ให้หมุนรอบ ‘ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร’ เป็นศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ปิดประตูตลาดรายย่อย โดยยังคงมองว่าตลาดผู้บริโภคมีศักยภาพการเติบโตที่ดีในระยะยาว แม็กลาฟลินเผยวิสัยทัศน์ว่าภายในปี 2026 แอปสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปของอัฟโฮลด์จะถูกยกระดับเป็น ‘แพลตฟอร์มการเงินแบบหลายสินทรัพย์บนบล็อกเชน’ อย่างเต็มรูปแบบ
ภายในสิ้นปีนี้ แอปดังกล่าวมีแผนจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ ทั้งหุ้นสหรัฐ, หลักทรัพย์โทเค็น, สินเชื่อที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลค้ำประกัน, บัตรเครดิต, ตลาดคาดการณ์ และผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนด้านการเงินแบบกระจายอำนาจ(DeFi) โดยจะรองรับสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงริปเปิล(XRP) ด้วย
‘ความคิดเห็น’ การปรับโครงสร้างของอัฟโฮลด์สะท้อนภาพใหญ่ของวงการคริปโตที่กำลังเคลื่อนจากโมเดลพึ่งพานักลงทุนรายย่อย ไปสู่โซลูชันและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับองค์กรที่มีรายได้ต่อหน่วยสูงและเสถียรกว่า ในขณะเดียวกัน การทิ้งช่องทางไว้สำหรับการกลับมาของนักลงทุนรายย่อยในระยะกลางถึงยาว อาจกลายเป็นแต้มต่อสำคัญ หากวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลหวนกลับมาอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0