ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล คอร์ปอเรชัน(中金公司) ระบุว่า แนวทางของธนาคารกลางสหรัฐ(Fed·เฟด) ที่ปล่อยให้ตลาดดันอัตราดอกเบี้ยขึ้นแทนการใช้นโยบายบางส่วน อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง ขณะเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย ความน่าเชื่อถือของนโยบายจึงอาจถูกตั้งคำถามมากขึ้น
ในรายงานของไชน่า อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล คอร์ปอเรชัน ระบุว่า เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนกรกฎาคม แต่กรรมการที่มีสิทธิออกเสียง 3 คนสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 25bp สะท้อนว่ากระแสสายเหยี่ยวภายในเฟดแข็งแรงขึ้น รายงานมองว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยโดยตรง แต่เป็นการที่เควิน วอร์ช(Kevin Warsh) พยายามลดการแทรกแซงเชิงนโยบาย และให้การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตลาดช่วยทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น
ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล คอร์ปอเรชันประเมินว่า วิธีดังกล่าวคล้ายกับการ ‘เอาต์ซอร์ซ’ หน้าที่คุมเข้มนโยบายบางส่วนให้ตลาด หลังการประชุม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวปรับขึ้นชัดเจน และเส้นอัตราผลตอบแทนชันขึ้นอย่างเด่นชัด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มสะท้อนความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อระยะยาวและความเสี่ยงเชิงนโยบายไว้ในราคามากขึ้น
รายงานยังมองว่า หากตัวเลขการจ้างงานหรือเงินเฟ้อในระยะต่อไปออกมาสูงกว่าคาด ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนอาจเพิ่มขึ้นได้ ในกรณีนี้ ตลาดอาจเริ่มประเมินความเสี่ยงว่าเฟดตอบสนองช้าเกินไป ทำให้ประเด็นอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่อาจสูงขึ้นต่อ และแรงปรับฐานของสินทรัพย์เสี่ยง ยังเป็นจุดที่นักลงทุนจับตา
ความคิดเห็น 0