ความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bp ในการประชุมเดือนกันยายนอยู่ที่ 56.9% สูงกว่าความน่าจะเป็นที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 43.1% สะท้อนว่าตลาดเริ่มเทน้ำหนักไปทางการกลับมาคุมเข้มนโยบายการเงินอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 5 เครื่องมือ CME FedWatch ของตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก(CME) รายงานว่า ความน่าจะเป็นที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bp ในการประชุมเดือนกันยายนอยู่ที่ 56.9% โดย 25bp หมายถึง 0.25 เปอร์เซ็นต์พอยต์
FedWatch เป็นเครื่องมือที่ติดตามความน่าจะเป็นของการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนอยู่ในราคาสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยกองทุนเฟดระยะ 30 วัน เนื่องจากคำนวณจากการซื้อขายของผู้เล่นในตลาดฟิวเจอร์ ตัวเลขจึงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามข้อมูลเศรษฐกิจและสถานการณ์ตลาด
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการหรือการตัดสินใจที่ยืนยันแล้วของเฟด แต่การที่ความน่าจะเป็นของการปรับขึ้นดอกเบี้ยแตะระดับเกิน 50% แสดงให้เห็นว่าตลาดให้น้ำหนักกับการกลับมาคุมเข้มนโยบายมากกว่าการคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป
เฟดคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ด้วยผลการลงมติ 9 ต่อ 3 เสียง
เบธ แฮมแม็ก(Beth M. Hammack), นีล แคชคารี(Neel Kashkari) และลอรี โลแกน(Lorie K. Logan) เสนอความเห็นในตอนนั้นว่าควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25bp แม้ผลการประชุมจะออกมาเป็นการคงอัตราดอกเบี้ย แต่การที่มีกรรมการถึง 3 คนเสนอให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันภายในเฟดเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป
เฟดระบุในแถลงการณ์ฉบับเดียวกันว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ 2% โดยแรงกดดันด้านราคาที่ยังดำเนินต่อไปถูกยกมาเป็นเหตุผลสนับสนุนความเห็นที่ต้องการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ภายในเฟดเองก็ยังมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ขณะที่มีการเสนอมุมมองที่ระมัดระวังต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เช่นกัน ทำให้ข้อมูลเศรษฐกิจในระยะต่อไปน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย
การประชุม FOMC ตามวาระปกติครั้งถัดไปจะจัดขึ้นวันที่ 15-16 กันยายน โดยตารางการประชุมปี 2026 ที่ธนาคารกลางสหรัฐ สาขาชิคาโกเผยแพร่ระบุว่าการประชุมครั้งนี้จะมีการเปิดเผยสรุปประมาณการเศรษฐกิจ(SEP) ควบคู่ไปด้วย
สรุปประมาณการเศรษฐกิจประกอบด้วยประมาณการของกรรมการเฟดในด้านอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ อัตราการว่างงาน และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ตลาดจะได้เห็นทั้งการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยและการกระจายตัวของประมาณการอัตราดอกเบี้ยปลายปีที่กรรมการแต่ละคนเสนอไปพร้อมกัน
ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดสามารถส่งผลต่อราคาผ่านค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และกระแสสภาพคล่อง หากความคาดหวังต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยงจะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC)
ความน่าจะเป็นของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนอาจเปลี่ยนแปลงได้อีกตามข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะประกาศก่อนการประชุม FOMC โดยเฟดมีกำหนดเปิดเผยผลการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยพร้อมสรุปประมาณการเศรษฐกิจหลังการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน
ความคิดเห็น 0