ปริมาณอีเธอเรียม(ETH)บนกระดานเทรดลดลงต่อเนื่อง และสัดส่วนการ 'สเตกกิ้ง' ก็ขยับขึ้นมาแตะระดับ 33% แล้ว แต่ราคากลับยังคงแช่อยู่แถว 1,900 ดอลลาร์ไม่ไปไหน สะท้อนว่าแม้ปริมาณเหรียญในตลาดจะตึงตัวขึ้น แต่ฝั่งดีมานด์ทั้งตลาดสปอตและนักลงทุนสถาบันยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนพอที่จะดันราคาให้ขยับ
เอเอ็มบีคริปโต(AMBCrypto)วิเคราะห์เมื่อวันที่ 4 ว่า ตัวเลขกระแสเงินไหลสุทธิบนกระดานเทรดในรอบ 90 วันที่ผ่านมา เอียงไปทาง 'ไหลออก' ถึง 34% ขณะที่สัดส่วนการสเตกกิ้งขยับขึ้นไปอยู่ที่ 33.97% ในช่วงเดียวกัน จำนวนสมาร์กคอนแทร็กต์ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 82.3% และค่าธรรมเนียมทิปธุรกรรมค่ากลางก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 100%
ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของอีเธอเรียมที่เผยแพร่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ปริมาณเหรียญที่ถูกสเตกทั้งหมดอยู่ที่ 41,326,791 ETH คิดเป็นสัดส่วน 33% ของอุปทานทั้งหมด ทั้งนี้ การสเตกกิ้งคือการฝากเหรียญขั้นต่ำ 32 ETH เพื่อเปิดใช้งานตัวตรวจสอบเครือข่าย (validator) ซึ่งเหรียญส่วนนี้จะถูกดึงออกจากอุปทานที่สามารถซื้อขายระยะสั้นได้ทันที
ก่อนหน้านี้มีการรายงานว่าคิวรอสเตกกิ้งพุ่งขึ้นไปถึง 2.5 ล้าน ETH ขณะที่คิวรอถอนแทบไม่เหลือแล้ว แต่แรงกดดันด้านอุปทานที่คลี่คลายลงกลับไม่ได้แปลงเป็นแรงส่งราคาในทันที เพราะการเปลี่ยนแปลงฝั่งอุปทานจะสะท้อนไปที่ราคาได้ก็ต่อเมื่อมีแรงซื้อมารองรับเพียงพอเท่านั้น
ข้อมูลจากคอยน์เกกโก(CoinGecko) ณ วันที่ 4 สิงหาคม ระบุว่าราคาอีเธอเรียมอยู่ที่ 1,876.39 ดอลลาร์ในช่วงเวลาที่เก็บข้อมูล โดยกรอบราคาซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1,847.64-1,878.93 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.264 หมื่นล้านดอลลาร์ และปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 7.051 พันล้านดอลลาร์
ปริมาณเหรียญบนกระดานเทรดที่ลดลงมักถูกตีความว่าเหรียญที่พร้อมเทขายทันทีมีน้อยลง โดยคริปโตควอนท์(CryptoQuant)อธิบายไว้ในหน้าคำอธิบายข้อมูลว่า การที่ปริมาณอีเธอเรียมบนกระดานเทรดลดลง อาจส่งผลต่อราคาผ่านแรงกดดันด้านสภาพคล่องฝั่งขายที่เบาลง อย่างไรก็ตาม ตัวชี้วัดด้านอุปทานเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะฟันธงว่าราคาจะปรับขึ้น
ในทางกลับกัน ตัวชี้วัดฝั่งดีมานด์ยังค่อนข้างอ่อนแรง เอเอ็มบีคริปโตระบุว่า 'พรีเมียมคอยน์เบส' (Coinbase Premium) ติดลบ ขณะที่กระแสเงินไหลเข้าของสเตเบิลคอยน์ก็ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 90 วัน สะท้อนว่าแรงซื้อจากตลาดสปอตสหรัฐฯ และสภาพคล่องสกุลดอลลาร์ที่รอเข้าซื้อบนกระดานเทรด ยังไม่แข็งแรงพอจะดันราคาทะลุแนวต้านได้
ฝั่งกองทุน ETF อีเธอเรียมสปอตในสหรัฐฯ ก็ยังไม่มีทิศทางเงินไหลเข้าที่ชัดเจนเช่นกัน ข้อมูลจากฟาร์ไซด์ อินเวสเตอร์ส(Farside Investors)ระบุว่า มีเงินไหลออกสุทธิ 70.7 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม และไหลออกสุทธิอีก 11.9 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ส่วนวันที่ 4 สิงหาคม ตัวเลขรวมแสดงผลเป็น 0.0
อย่างไรก็ตาม ยอดสะสมเงินไหลเข้าสุทธิของ ETF กลุ่มนี้ยังคงอยู่ที่ 1.1209 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าดีมานด์สะสมระยะยาวยังไม่หายไปไหน แต่จากกระแสเงินช่วงหลังเพียงอย่างเดียว ยังยากที่จะสรุปว่าแรงซื้อฝั่งสถาบันแข็งแกร่งขึ้น
ความเคลื่อนไหวของนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่ก็สวนทางกันเช่นกัน เอเอ็มบีคริปโตวิเคราะห์ว่า ค่าเดลตาระหว่างวาฬกับนักลงทุนรายย่อยจากคอยน์กลาส(CoinGlass)ร่วงลงมาอยู่ที่ -0.498 ซึ่งหมายถึงสัดส่วนของนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้น ขณะที่อิทธิพลเชิงเปรียบเทียบของผู้ถือเหรียญรายใหญ่ลดลง แต่เนื่องจากช่วงเดียวกันนี้ปริมาณเหรียญไหลออกจากกระดานเทรดมากกว่าไหลเข้า จึงยังฟันธงไม่ได้ว่าเป็นสัญญาณเทขายล็อตใหญ่
ในเชิงเทคนิค อีเธอเรียมยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้แนวต้าน 1,945 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับ 1,830 ดอลลาร์ยังคงยืนได้ เอเอ็มบีคริปโตระบุว่า หากราคากลับไปยืนเหนือ 1,945 ดอลลาร์ได้ จุดสังเกตถัดไปคือ 2,145 ดอลลาร์ แต่หากหลุดต่ำกว่า 1,830 ดอลลาร์ จุดสังเกตถัดไปจะอยู่ที่ 1,564 ดอลลาร์ ทั้งนี้เป็นเพียงสถานการณ์เชิงเทคนิคที่เอเอ็มบีคริปโตประเมินจากข้อมูลตลาดวันที่ 4 สิงหาคมเท่านั้น
โดยสรุป ปริมาณเหรียญบนกระดานเทรดที่ลดลงและสัดส่วนการสเตกกิ้งที่ขยายตัว ยืนยันได้ว่าอุปทานหมุนเวียนของอีเธอเรียมกำลังตึงตัวขึ้นจริง แต่หากราคาจะหลุดพ้นจากช่วงแช่แถว 1,900 ดอลลาร์ได้ ยังต้องรอดูตัวชี้วัดฝั่งดีมานด์ ทั้งกระแสเงิน ETF, พรีเมียมคอยน์เบส และเงินไหลเข้าของสเตเบิลคอยน์ ที่ต้องฟื้นตัวไปพร้อมกันด้วย
ความคิดเห็น 0