สำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐ (Strategic Petroleum Reserve, SPR) ลดลงจนใกล้แตะระดับ 300 ล้านบาร์เรล โดยข้อมูลทางการล่าสุดระบุว่า ณ วันที่ 31 กรกฎาคม อยู่ที่ 304,809,000 บาร์เรล ขณะที่ตัวเลขประเมินจากภาคเอกชนระบุว่าลดลงไปแล้วถึง 298,700,000 บาร์เรล
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (Energy Information Administration, EIA) ระบุเมื่อวันที่ 11 ว่า สำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 2,841,000 บาร์เรล และ EIA มีกำหนดเปิดเผยสถิติน้ำมันประจำสัปดาห์ถัดไปในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
ด้านเกต (Gate) ประเมินว่าสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงราว 6,100,000 บาร์เรล เหลือ 298,700,000 บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้อ้างอิงช่วงเวลาที่ล่าช้ากว่าสถิติทางการล่าสุดของ EIA จึงต้องรอการยืนยันจากรายงานที่จะเปิดเผยในวันที่ 12 สิงหาคม
สำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ คือน้ำมันดิบที่รัฐบาลสหรัฐสำรองไว้เพื่อรับมือกับภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงาน ต่างจากสต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ที่สะท้อนอุปสงค์-อุปทานระยะสั้นของโรงกลั่นและเครือข่ายจัดจำหน่าย เพราะสำรองเชิงยุทธศาสตร์แสดงถึงศักยภาพในการรับมือด้านอุปทานของภาครัฐ
สต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคมเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 2,479,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 406,990,000 บาร์เรล ขณะที่สำรองเชิงยุทธศาสตร์ในช่วงเวลาเดียวกันกลับลดลง สะท้อนทิศทางที่แตกต่างกันตามลักษณะของสต็อกแต่ละประเภท
ราคาน้ำมันดิบส่งผลต่อเงินเฟ้อผ่านต้นทุนขนส่งและพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อยังเชื่อมโยงไปถึงความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยและทิศทางของเงินดอลลาร์ ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม การลดลงของสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะชี้ทิศทางราคาน้ำมันหรือสินทรัพย์เสี่ยงได้อย่างชัดเจน ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม สต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น แต่สต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นกลาง (middle distillates) กลับลดลง ทั้งนี้ EIA มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลสำรองเชิงยุทธศาสตร์และสต็อกน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ล่าสุดในวันที่ 12 สิงหาคมนี้
ความคิดเห็น 0