นิวสเกลพาวเวอร์ (NuScale Power Corporation, $SMR) เดินหน้าแผนจัดหาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) ขนาดรวมสูงสุด 6GW เพื่อรุกตลาดพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI แต่ความร่วมมือหลักของโครงการยังอยู่ในขั้น ‘ข้อตกลงที่ไม่มีผลผูกพัน’ ซึ่งหมายความว่ากว่าจะจ่ายไฟฟ้าจริงได้ต้องผ่านสัญญาต่อเนื่อง การขออนุญาต และขั้นตอนก่อสร้างอีกหลายชั้น
บริษัทเปิดศูนย์ปฏิบัติการที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2026 โดยระบุว่าจะใช้เป็นฐานด้านการขายและปฏิบัติการเพื่อรองรับความต้องการของดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงานปิโตรเคมี และโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่
เครื่องปฏิกรณ์ SMR ของนิวสเกลพาวเวอร์ออกแบบให้ผลิตไฟฟ้าได้ 77MWe ต่อโมดูล บริษัทระบุว่าหากนำ 12 โมดูลมารวมกัน จะสามารถขยายกำลังผลิตได้สูงสุดถึง 924MWe
แกนหลักของโครงการนี้คือความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าหุบเขาเทนเนสซี (Tennessee Valley Authority: TVA) กับ ENTRA1 Energy ทั้งสองฝ่ายประกาศเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2025 ว่าจะใช้ SMR ของนิวสเกลพาวเวอร์พัฒนากำลังผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่ขนาดสูงสุด 6GW
ตามคำแถลง กำลังผลิต 6GW นี้เพียงพอจ่ายไฟให้ครัวเรือนได้ราว 4.5 ล้านหลังคาเรือน หรือดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ราว 60 แห่ง แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือการซื้อขายไฟฟ้าได้ข้อสรุปแล้ว
รายงาน 10-Q ประจำปี 2025 ของนิวสเกลพาวเวอร์ระบุชัดว่าความร่วมมือระหว่าง TVA กับ ENTRA1 Energy ยังเป็น ‘ข้อตกลงที่ไม่มีผลผูกพัน’ ต้องรอให้มีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) หรือสัญญารับซื้อพลังงานที่มีผลผูกพันทางกฎหมายก่อน จึงจะนำไปสู่พันธะและสัญญารายได้ในขั้นต่อไปได้
สัญญาซื้อขายไฟฟ้าคือข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้าที่กำหนดปริมาณ ราคา และระยะเวลาส่งมอบไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปโครงการโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่จะใช้สัญญาประเภทนี้เป็นหลักประกันกระแสเงินสดระยะยาว เพื่อใช้เป็นฐานในการระดมทุนก่อสร้าง
ดาต้าเซ็นเตอร์ AI คือศูนย์ข้อมูลที่ติดตั้งอุปกรณ์ประมวลผลขนาดใหญ่ ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อนสำหรับการฝึกฝนและประมวลผลโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ด้วยความหนาแน่นของการใช้ไฟฟ้าและความต้องการระบายความร้อนที่สูงกว่าดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วไป การจัดหาไฟฟ้าที่มั่นคงจึงเป็นโจทย์สำคัญ
ท่ามกลางกระแสเงินทุนจำนวนมากที่ไหลเข้าสู่เทคโนโลยีพลังงานเพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ AI นิวสเกลพาวเวอร์เสนอโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นทางเลือกหนึ่ง แนวคิดของบริษัทคือติดตั้งโมดูลใกล้กับดาต้าเซ็นเตอร์และปรับกำลังผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ไฟฟ้าจริง
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (Energy Information Administration: EIA) คาดการณ์ในรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้นเดือนมกราคม 2026 ว่าการใช้ไฟฟ้าของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 1% ในปี 2026 และ 3% ในปี 2027 โดยระบุว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่และดาต้าเซ็นเตอร์เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้
ด้านการขออนุญาต โครงการมีความคืบหน้าไปอีกขั้น คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์สหรัฐ (Nuclear Regulatory Commission: NRC) อนุมัติแบบมาตรฐาน US460 ของนิวสเกลพาวเวอร์เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2025 โดยกระทรวงพลังงานสหรัฐ (Department of Energy: DOE) ระบุว่านี่คือแบบ SMR รายที่สองที่ได้รับการอนุมัติจาก NRC
การอนุมัติแบบมาตรฐานถือเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่จำเป็นต่อการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ แต่ไม่ได้แปลว่าจะเริ่มก่อสร้างหรือเดินเครื่องโรงไฟฟ้าได้ทันที เพราะกว่าจะผลิตไฟฟ้าได้จริงยังต้องผ่านการขออนุญาตเฉพาะโครงการ การจัดหาเชื้อเพลิง การก่อสร้าง และการระดมทุนอีกหลายขั้นตอน
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานเมื่อเดือนเมษายน 2026 ว่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่กำลังทุ่มเงินสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุคใหม่ เพื่อจัดหาไฟฟ้าป้อนดาต้าเซ็นเตอร์ AI แต่ในขณะเดียวกันก็ระบุว่ายังไม่มีบริษัทโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุคใหม่รายใดในสหรัฐที่เริ่มผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้จริง
นิวสเกลพาวเวอร์เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2026 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมกับเงินลงทุนระยะสั้นและระยะยาวรวมทั้งสิ้น 1 พันล้านดอลลาร์ และในการแถลงผลประกอบการไตรมาสแรก บริษัทเน้นย้ำความคืบหน้าของโครงการร่วมกับ TVA เป็นพิเศษ
ขณะเดียวกัน รายงาน 10-Q ของบริษัทระบุว่า หากภาระการจ่ายเงินตามความคืบหน้าของโครงการ (milestone payment) ที่เกี่ยวข้องกับ ENTRA1 Energy เกิดขึ้นโดยยังไม่มีสัญญารายได้รองรับ อาจส่งผลกระทบด้านลบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทได้ ขั้นตอนถัดไปของความร่วมมือระหว่าง TVA และ ENTRA1 Energy คือการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือสัญญารับซื้อพลังงานที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
ความคิดเห็น 0