Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แกมม่ากระจุกในหุ้นสหรัฐฯ ดีลเลอร์เฮดจ์อาจเร่งความผันผวน

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องทำให้โพซิชันออปชั่นดัชนี S&P 500 กระจุกตัวอยู่ที่ราคาใช้สิทธิ (Strike Price) บางระดับอย่างหนาแน่น นักวิเคราะห์ระบุว่าหากราคากลับไปทดสอบโซนดังกล่าวอีกครั้ง การปรับเฮดจ์ของดีลเลอร์อาจทำให้ตลาดแกว่งตัวรุนแรงกว่าปกติ โดยบทวิเคราะห์นี้ไม่ได้ฟันธงทิศทางหรือระดับราคา แต่เป็นการเตือนถึงความไม่มั่นคงเชิงโครงสร้างของตลาด

ชาร์ลี แม็คเอลลิกอตต์(Charlie McElligott) นักกลยุทธ์มาโครข้ามสินทรัพย์ของโนมูระ(Nomura) วิเคราะห์ว่าการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทำให้ 'แกมมา' (Gamma) กระจุกตัวอยู่รอบราคาใช้สิทธิบางระดับของออปชั่น S&P 500 และหากโซนนี้ถูกทดสอบอีกครั้ง การปรับพอร์ตเฮดจ์ของดีลเลอร์อาจนำไปสู่การเคลื่อนไหวของตลาดที่รุนแรงกว่าปกติ คริปโตบรีฟิ่ง(Crypto Briefing) รายงานเรื่องนี้

S&P 500 คือดัชนีหุ้นที่รวบรวมบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ของสหรัฐฯ 500 แห่ง ในตลาดออปชั่นอิงดัชนี ดีลเลอร์ที่รับคำสั่งซื้อขายจากนักลงทุนและกลายเป็นคู่สัญญาจะต้องปรับโพซิชันหุ้นหรือฟิวเจอร์สให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาอยู่เสมอ

'แกมมา' หมายถึงอัตราการเปลี่ยนแปลงของ 'เดลตา' (Delta) เมื่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงเคลื่อนไหว ส่วนเดลตาคือความอ่อนไหวของราคาออปชั่นต่อการเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์อ้างอิง ยิ่งแกมมาสูง ขนาดของการเฮดจ์ที่ดีลเลอร์ต้องทำก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นแม้ราคาจะขยับเท่าเดิม

ตลาดอนุพันธ์ชิคาโก(Cboe) อธิบายว่าเมื่อมาร์เก็ตเมกเกอร์อยู่ในสถานะ 'ลองแกมมา' (Long Gamma) พวกเขามักขายเมื่อราคาขึ้นและซื้อเมื่อราคาลง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการซื้อขายลักษณะนี้จะช่วยลดทอนความผันผวนของตลาด

ในทางกลับกัน หากอยู่ในสถานะ 'ช็อร์ตแกมมา' (Short Gamma) ดีลเลอร์อาจต้องซื้อเพิ่มเมื่อราคาขึ้นและขายเพิ่มเมื่อราคาลง ซึ่งเป็นการซื้อขายไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มเดิม และอาจยิ่งขยายกรอบความผันผวนให้กว้างขึ้น

เมื่อแกมมากระจุกตัวอยู่ที่ราคาใช้สิทธิระดับใดระดับหนึ่ง ตลาดอาจดูนิ่งในช่วงที่ราคายังอยู่ในโซนนั้น แต่เมื่อใดที่ราคาหลุดออกจากโซนที่กระจุกตัว การปรับพอร์ตของดีลเลอร์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันอาจทำให้ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นได้

มาร์เก็ตวอตช์(MarketWatch) รายงานเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ว่าทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมมีลักษณะเป็น 'crash up' โดยนักลงทุนเร่งซื้อคอลออปชั่นเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสจากขาขึ้น บทวิเคราะห์ระบุว่าความต้องการออปชั่นที่ไล่ตามราคาที่ปรับขึ้นนี้กระตุ้นให้ดีลเลอร์ต้องเฮดจ์เพิ่ม ซึ่งย้อนกลับมาเป็นแรงหนุนให้ราคาขึ้นต่ออีกทอดหนึ่ง

มาร์เก็ตวอตช์ยังประเมินว่าการปรับขึ้นของ S&P 500 ใน 5 วันทำการล่าสุด ได้รับอิทธิพลจากโพซิชันนิ่งในตลาดออปชั่น การเปลี่ยนแปลงของแกมมาฝั่งดีลเลอร์ และความผันผวนแฝง(Implied Volatility) ที่ลดต่ำลง มากกว่าปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น หมายความว่าอุปสงค์-อุปทานในตลาดอนุพันธ์มีส่วนกำหนดความเร็วและขนาดของการปรับขึ้นไม่น้อยไปกว่าผลประกอบการบริษัทหรือแนวโน้มเศรษฐกิจ

การตีความของตลาดยังแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งมองว่าการซื้อคอลออปชั่นที่ต่อเนื่องอาจช่วยหนุนแนวโน้มขาขึ้นต่อไปได้ ขณะที่อีกฝ่ายเตือนว่าการกระจุกตัวของโพซิชันอาจขยายแอมพลิจูดของการปรับฐานรอบถัดไป

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยสถานะแกมมาไม่ใช่ตัวเลขที่วัดได้โดยตรง แต่เป็นค่าประมาณจากแบบจำลองที่อ้างอิงข้อมูลโพซิชันคงค้าง(Open Interest) ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ การจะยืนยันว่านักลงทุนซื้อหรือขายออปชั่น หรือดีลเลอร์ถือโพซิชันแบบใดอยู่จริง จึงทำได้ยากหากอิงข้อมูลสาธารณะเพียงอย่างเดียว

ปริมาณการซื้อขายออปชั่นแบบ 0DTE ที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่าความผันผวนจะเพิ่มขึ้นเสมอไป 0DTE คือออปชั่นที่หมดอายุในวันเดียวกับที่ซื้อขาย จึงต้องพิจารณาร่วมกับทิศทางที่แรงซื้อ-ขายกระจุกตัวและสภาพคล่องของตลาดในขณะนั้นด้วย

รอยเตอร์(Reuters) รายงานเมื่อเดือนธันวาคม 2023 ว่าออปชั่น 0DTE อาจส่งผลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ แต่เป็นผลจากสภาพคล่องที่ต่ำและโพซิชันนิ่งที่เอียงไปทางใดทางหนึ่งประกอบกัน แม็คเอลลิกอตต์เองก็เคยตีความความเคลื่อนไหวในช่วงเวลานั้นว่าเป็นผลจากสภาพคล่องที่บางลงในช่วงวันหยุดผนวกกับความอดทนต่ำของนักลงทุนที่ถือโพซิชันขาดทุน

สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์(BTC) ก็อาจได้รับผลจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของสหรัฐฯ และการเปลี่ยนแปลงสภาพคล่องในตลาดอนุพันธ์เช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงาน แนวโน้มที่อุปสงค์ซื้อบิตคอยน์ในตลาดสปอตชะลอตัวลง ขณะที่ตลาดอนุพันธ์เริ่มมีท่าทีระมัดระวังมากขึ้น

บทวิเคราะห์นี้ไม่ได้ระบุทิศทางราคาสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง สิ่งที่ตลาดต้องติดตามต่อไปคือความต้องการเฮดจ์ในออปชั่น S&P 500 รอบราคาใช้สิทธิที่กระจุกตัวจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร และแรงซื้อคอลออปชั่นจะยังดำเนินต่อไปหรือไม่

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1