มาราธอน ดิจิทัล(MARA) กู้เงินก้อนใหม่ 600 ล้านดอลลาร์ โดยใช้บิตคอยน์(BTC) 18,750 เหรียญเป็นหลักประกัน แทนที่จะขายบิตคอยน์ที่ถืออยู่ บริษัทเลือกเสริม 'สภาพคล่อง' เพื่อขยายช่องทางระดมทุนสำหรับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) Crypto Briefing รายงานว่า มาราธอน ดิจิทัลระดมทุนผ่าน Coinbase Credit ในเครือคอยน์เบส(COIN) และ Two Prime Lending วงเงินกู้จาก Coinbase Credit อยู่ที่ 450 ล้านดอลลาร์ ส่วน Two Prime Lending อยู่ที่ 300 ล้านดอลลาร์
วงเงินรวมของทั้งสองแหล่งอยู่ที่ 750 ล้านดอลลาร์ แต่ยอดกู้จริงรอบนี้อยู่ที่ 600 ล้านดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 7.65% ต่อปี ครบกำหนดชำระเดือนสิงหาคม 2028
มูลค่าบิตคอยน์ที่นำมาค้ำประกัน ณ ขณะทำธุรกรรมอยู่ที่ราว 1,200 ล้านดอลลาร์ ส่วนรายละเอียดอื่น เช่น สัดส่วนหลักประกันต่อสถาบันการเงินแต่ละแห่งและเงื่อนไขย่อย ยังไม่ปรากฏในเอกสารเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการของมาราธอน ดิจิทัล
บทความนี้จะพาไปดูภาพรวมการบริหารบิตคอยน์ของบริษัท ทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และแนวโน้มตลาดสินเชื่อค้ำประกันด้วยคริปโตที่กำลังเติบโต
ตามจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำไตรมาส 1 ปี 2026 ของมาราธอน ดิจิทัล ระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม บริษัทถือครองบิตคอยน์ทั้งหมด 35,303 เหรียญ ในจำนวนนี้ 9,995 เหรียญถูกนำไปปล่อยกู้หรือใช้เป็นหลักประกันอยู่แล้ว
ณ สิ้นไตรมาส 1 บริษัทปล่อยกู้บิตคอยน์ 5,742 เหรียญ สร้างรายได้ดอกเบี้ยราว 6.4 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่ามาราธอน ดิจิทัลไม่ได้ถือบิตคอยน์ไว้เฉยๆ แต่บริหารสินทรัพย์เพื่อสร้างผลตอบแทน 'ควบคู่' กันไปด้วย
การขายบิตคอยน์ก็เป็นอีกแกนหนึ่งของการบริหารเงินทุน ในไตรมาส 1 มาราธอน ดิจิทัลขายบิตคอยน์มูลค่าราว 1,500 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้แปลงสภาพบางส่วนที่ครบกำหนดปี 2030 และ 2031
บริษัทยังปรับลดวงเงินสินเชื่อลง 200 ล้านดอลลาร์ และปรับอัตราดอกเบี้ยวงเงินสินเชื่อมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ลงมาอยู่ที่ 7%
สินเชื่อค้ำประกันด้วยบิตคอยน์คือโครงสร้างที่ผู้ถือบิตคอยน์นำเหรียญไปฝากไว้เพื่อแลกกับสภาพคล่อง ไม่ว่าจะเป็นดอลลาร์หรือสเตเบิลคอยน์ ข้อดีคือได้เงินสดโดยไม่ต้องขายบิตคอยน์ทันที แต่หากราคาบิตคอยน์ร่วงลง อัตราส่วนหลักประกันจะแย่ลงตามไปด้วย เสี่ยงถูกเรียกหลักประกันเพิ่มหรือถูกบังคับขายได้
การขยายช่องทางระดมทุนของมาราธอน ดิจิทัลครั้งนี้เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเมื่อวันที่ 30 เมษายน บริษัทประกาศเข้าซื้อกิจการ Long Ridge Energy & Power ด้วยมูลค่าราว 1,500 ล้านดอลลาร์
ทรัพย์สินที่เข้าซื้อครั้งนี้รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมขนาด 505 เมกะวัตต์ในเมืองแฮนนิบัล รัฐโอไฮโอ และที่ดินกว่า 1,600 เอเคอร์ มาราธอน ดิจิทัลระบุว่าจะพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นแคมปัสโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รองรับทั้งงาน AI การประมวลผลสมรรถนะสูง(HPC) และการขุดบิตคอยน์ไปพร้อมกัน
มาราธอน ดิจิทัลระบุในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นว่า “การขุดบิตคอยน์ไม่ใช่ธุรกิจเก่าที่เรากำลังจะทิ้ง แต่เป็นฐานปฏิบัติการที่เรากำลังสร้างต่อยอด” สะท้อนว่าโครงสร้างการบริหารบิตคอยน์ที่ขุดได้ ทั้งการถือครอง ขาย ปล่อยกู้ และนำไปค้ำประกัน กลายเป็นกลยุทธ์ทางการเงินหลักของบริษัทไปแล้ว
ซิลิคอนวัลเลย์แบงก์(SVB) เปิดเผยในรายงานเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนว่า ตลาดสินเชื่อค้ำประกันด้วยคริปโตทั้งหมดในไตรมาส 1 ปี 2026 มีมูลค่ารวม 67,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อค้ำประกันด้วยบิตคอยน์อยู่ในช่วง 7.5-16% ต่อปี ทำให้อัตรา 7.65% ของดีลมาราธอน ดิจิทัลครั้งนี้อยู่ใกล้ 'ขอบล่าง' ของช่วงดังกล่าว
สินเชื่อค้ำประกันด้วยบิตคอยน์สำหรับลูกค้ารายย่อยของคอยน์เบสมีเงื่อนไขให้บังคับขายอัตโนมัติ หากมูลค่าหลักประกันลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด แม้เงื่อนไขของผลิตภัณฑ์รายย่อยจะนำมาเทียบเคียงกับสินเชื่อระดับสถาบันของมาราธอน ดิจิทัลโดยตรงไม่ได้ทั้งหมด แต่ความเสี่ยงหลักที่ราคาบิตคอยน์ร่วงจะกระทบหลักประกันยังคงเป็นประเด็นเดียวกันที่ต้องจับตา
ความคิดเห็น 0