แอลเคซัมยาง (LK삼양, 225190) เตรียมส่งมอบ 'โมดูลกล้องที่พัฒนาขึ้นเองในประเทศ' ให้กับโครงการโดรนของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ โดยขยายขอบเขตธุรกิจจากการผลิตเลนส์เดี่ยวไปสู่โมดูลกล้องแบบบูรณาการที่รวมเซนเซอร์ภาพและบอร์ดประมวลผลภาพเข้าไว้ด้วยกัน
แอลเคซัมยางแถลงเมื่อวันที่ 11 ว่า บริษัทจะส่งมอบโมดูลกล้องสำหรับโดรนให้กับ เอรุกซ์ (에이럭스) และ เอดีซิสเต็ม (에이디시스템) สองในสามบริษัทที่ชนะการประมูลโครงการโดรนของกระทรวงกลาโหม ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบเป็นโซลูชัน 'โมดูลกล้องแบบบูรณาการ' ที่นำเทคโนโลยีเลนส์มุมกว้างมาผสานกับเซนเซอร์ภาพและบอร์ดประมวลผลภาพ
โมดูลกล้องเป็นอุปกรณ์ที่เซนเซอร์ภาพแปลงแสงที่ผ่านเลนส์เข้ามาให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ก่อนที่บอร์ดประมวลผลภาพจะแปลงสัญญาณดังกล่าวให้เป็นข้อมูลภาพ สำหรับโดรนแล้ว ชิ้นส่วนนี้ทำหน้าที่ส่งภาพที่บันทึกได้กลับไปยังผู้ควบคุม
การส่งมอบครั้งนี้ทำให้แอลเคซัมยางผนวกทั้งเลนส์และชิ้นส่วนประมวลผลภาพที่จำเป็นเข้าไว้ในโมดูลเดียว ถือเป็นการขยายขอบเขตธุรกิจจากการจำหน่ายชิ้นส่วนออปติคอลแยกชิ้น ไปสู่ธุรกิจโมดูลกล้องแบบบูรณาการเต็มรูปแบบ
ที่ผ่านมาแอลเคซัมยางลงทุนวิจัยและพัฒนาในกลุ่มออปติคอลอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งยานยนต์ไร้คนขับ อวกาศ และโดรน โดยบริษัทระบุว่าประสบการณ์การผลิตเลนส์สำหรับถ่ายภาพทางอากาศแบบ ODM (Original Design Manufacturing) ป้อนให้ผู้ผลิตโดรนต่างประเทศ เป็นพื้นฐานสำคัญของการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้
การส่งมอบครั้งนี้เชื่อมโยงกับนโยบายขยายการใช้งานโดรนของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ที่ประกาศ 'นโยบายพัฒนาโดรนและระบบต่อต้านโดรนด้านกลาโหม' เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พร้อมแผนจัดหาโดรนราคาประหยัดใช้แล้วทิ้งมากกว่า 20,000 ลำ และนำเข้าโดรนเชิงพาณิชย์สัญชาติเกาหลีสำหรับฝึกอบรมอีกกว่า 60,000 ลำ
กระทรวงกลาโหมยังวางแผนฝึกอบรมกำลังพลผู้ควบคุมโดรนภายใต้ชื่อ '5 แสนนักรบโดรน' และประกาศว่าจะใช้ระบบ 'คัดเลือกผู้ชนะหลายราย' เป็นครั้งแรกในวงการกลาโหม สำหรับโครงการจัดซื้อโดรนเพื่อการฝึกอบรม
ปริมาณการจัดซื้อโดรนเชิงพาณิชย์เพื่อการฝึกอบรมทั้งหมดอยู่ที่ 11,376 ลำ โดยสามบริษัทคือ เอรุกซ์ พรีนิว (프리뉴) และ เอดีซิสเต็ม จะแบ่งกันส่งมอบ
แอลเคซัมยางส่งมอบโมดูลกล้องให้เอรุกซ์และเอดีซิสเต็มในกลุ่มนี้ โดยไม่ได้ส่งมอบตัวโดรนสำเร็จรูปโดยตรง แต่เป็นผู้ป้อนโมดูลกล้องแบบบูรณาการที่ติดตั้งบนตัวโดรนของบริษัทผู้ชนะการประมูลแทน
กระทรวงกลาโหมเคยระบุเมื่อปีก่อนว่า อยู่ระหว่างวางแผนพัฒนาชิ้นส่วนหลักให้เป็นของในประเทศ ในกระบวนการจัดหาโดรนขนาดเล็กเชิงพาณิชย์เพื่อการฝึกอบรม ครอบคลุม △ระบบควบคุมการบิน △แบตเตอรี่ △ระบบควบคุมมอเตอร์ △เครื่องควบคุมระยะไกล △ระบบนำทางด้วยดาวเทียม (GPS) และ △กล้องออปติคอล
ผลิตภัณฑ์ของแอลเคซัมยางอยู่ในกลุ่มกล้องออปติคอลและโมดูลเลนส์ตามรายการดังกล่าว บริษัทระบุว่าได้พัฒนาโมดูลกล้องระดับฟูลเอชดี (FHD) ที่ทำให้ชิ้นส่วนหลักเป็นของในประเทศ โดยอาศัยเทคโนโลยีออกแบบเลนส์มุมกว้างเป็นฐาน
ในห่วงโซ่อุปทานโดรน ประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่ได้มีแค่สมรรถนะการบิน แต่รวมถึงแหล่งที่มาและความปลอดภัยของชิ้นส่วนหลักด้วย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงความขัดแย้งด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ลุกลามไปถึงห่วงโซ่อุปทานโดรน
เจ้าหน้าที่ของแอลเคซัมยางกล่าวว่า "การเข้าร่วมโครงการของกระทรวงกลาโหมครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แอลเคซัมยางก้าวข้ามการเป็นเพียงบริษัทชิ้นส่วนออปติคอล ไปสู่การเป็นบริษัทโซลูชันด้านโดรนและกลาโหมอย่างเต็มตัว" พร้อมระบุว่า "จากนี้ไปบริษัทจะเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาด โดยอาศัยเทคโนโลยีที่สั่งสมมาในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งกลาโหมและอวกาศ" คำกล่าวนี้สะท้อนความตั้งใจของบริษัทที่จะใช้การส่งมอบครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นขยายธุรกิจโมดูลบูรณาการต่อไป
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่เปิดเผยปริมาณการส่งมอบและมูลค่าสัญญา ผลกระทบที่ชัดเจนต่อผลประกอบการของแอลเคซัมยางและห่วงโซ่อุปทานโดรนในประเทศ จึงต้องรอการเปิดเผยขนาดการส่งมอบในอนาคตก่อนจึงจะประเมินได้
ความคิดเห็น 0