ดัชนีคอสแดค (KOSDAQ) ของเกาหลีใต้เปิดตลาดวันที่ 11 ลดลง 5.88 จุด หรือ 0.69% จากวันทำการก่อนหน้า มาอยู่ที่ 848.59 จุด หลังจากปิดบวก 6.97% ในวันก่อนหน้า ดัชนีกลับมาอ่อนตัวลงตั้งแต่ช่วงเปิดตลาดเช้า
สำนักข่าวอาเซียเอโคโนมี (Asia Economy) รายงานตัวเลขเปิดตลาดคอสแดคดังกล่าวเมื่อเวลา 9.06 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 11 โดยดัชนีหลุดระดับ 850 จุดทันทีที่เปิดตลาด
ก่อนหน้านี้คอสแดคปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 854.47 จุด เพิ่มขึ้น 55.66 จุด คิดเป็นอัตราบวกรายวันสูงถึง 6.97%
คอสแดคปรับขึ้นสะสม 32.5% ใน 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่ 31 ของเดือนก่อน โดยในจำนวนนี้ดัชนีปรับขึ้น 6 ใน 7 วันทำการ ทำให้แรงเด้งกลับระยะสั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ราคาเปิดตลาดวันที่ 11 คืนกำไรจากวันก่อนหน้าไปแล้ว 5.88 จุด และระดับ 850 จุดที่เพิ่งทวงคืนได้เมื่อวันก่อนก็หลุดลงอีกครั้งภายในเวลาเพียงวันเดียว
คัง ฮยอนคี (Kang Hyun-ki) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ดีบี (DB Securities) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 11 ว่า “ขณะนี้ระดับอัตราดอกเบี้ยในตลาดยังอยู่ในระดับสูง และหากเรียงลำดับกลุ่มที่เสียเปรียบมากที่สุดจะเป็นคอสแดค รถยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ตามลำดับ” ความคิดเห็น นักวิเคราะห์มองว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูงอาจเป็นปัจจัยกดดันไม่ให้คอสแดคปรับขึ้นต่อเนื่องได้ง่ายนัก
คัง อธิบายเพิ่มเติมว่าไม่ได้หมายความว่ากลุ่มรถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์จะไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยเลย แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่ากลุ่มที่มีระยะเวลาของกระแสเงินสดในอนาคต (Duration) ค่อนข้างสั้นกว่า อาจเสียเปรียบน้อยกว่าในภาวะดอกเบี้ยสูง
ราคาเปิดตลาดคำนวณจากราคาซื้อขายแรกของวันทำการ หลังจากนั้นดัชนีระหว่างวันอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต่างจากราคาเปิดได้ ขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อขายและความเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม
ภาระเชิงโครงสร้างของบริษัทจดทะเบียนในคอสแดคยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง บริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้ 192 แห่งมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการคงสถานะจดทะเบียน โดยในจำนวนนี้เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดคอสแดคถึง 152 แห่ง
เกณฑ์มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขั้นต่ำสำหรับการคงสถานะจดทะเบียนปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็น 2 หมื่นล้านวอนสำหรับตลาดคอสแดค และ 3 หมื่นล้านวอนสำหรับตลาดคอสพี (KOSPI) ทั้งนี้การไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ในทันที
ความคิดเห็น 0