Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

479 บริษัทเกาหลีใต้ เข้าเกณฑ์เสี่ยงหลุดมูลค่าตลาดปี 2027

บริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้ 192 แห่ง จากทั้งหมด 2,578 แห่ง ไม่ผ่านเกณฑ์มูลค่าตลาดขั้นต่ำสำหรับการคงสถานะจดทะเบียน เมื่อคำนวณจากมูลค่าตลาดเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และหากนำเกณฑ์ที่จะเข้มงวดขึ้นในปี 2027 มาใช้แทน จำนวนบริษัทที่เข้าข่ายไม่ผ่านเกณฑ์จะเพิ่มขึ้นเป็น 479 แห่ง

เมื่อวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่น) สถาบันวิเคราะห์ธุรกิจลีดเดอร์สอินเด็กซ์(Leaders Index) เปิดเผยผลวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนในตลาดโคสปี(KOSPI) 833 แห่ง และตลาดโคสแดค(KOSDAQ) 1,745 แห่ง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม พบว่าบริษัทที่มีมูลค่าตลาดต่ำกว่าเกณฑ์คิดเป็น 7.4% ของทั้งหมด โดยการสำรวจครั้งนี้พิจารณาทั้งมูลค่าตลาด ราคาหุ้น สถานะทางการเงิน และคะแนนโทษจากการเปิดเผยข้อมูล

เมื่อแยกตามตลาด พบว่าบริษัทในตลาดโคสแดค 152 แห่ง หรือ 8.7% ของทั้งหมด มีมูลค่าตลาดต่ำกว่าเกณฑ์ ขณะที่ตลาดโคสปีมี 40 แห่ง คิดเป็น 4.8%

บริษัทที่มูลค่าตลาดต่ำกว่าเกณฑ์ติดต่อกัน 30 วันทำการล่าสุดมีทั้งหมด 88 แห่ง แบ่งเป็นตลาดโคสปี 22 แห่ง และตลาดโคสแดค 66 แห่ง

เกณฑ์มูลค่าตลาดขั้นต่ำถูกปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็น 30,000 ล้านวอนสำหรับตลาดโคสปี และ 20,000 ล้านวอนสำหรับตลาดโคสแดค หากบริษัทใดมีมูลค่าตลาดต่ำกว่าเกณฑ์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจถูกกำหนดให้เป็น 'หุ้นเฝ้าระวัง' และเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนออกจากตลาดได้

ตั้งแต่ปี 2027 เกณฑ์ขั้นต่ำจะถูกปรับขึ้นอีกครั้งเป็น 50,000 ล้านวอนสำหรับตลาดโคสปี และ 30,000 ล้านวอนสำหรับตลาดโคสแดค หากนำเกณฑ์ใหม่นี้มาคำนวณกับมูลค่าตลาดเฉลี่ยเดือนกรกฎาคม จะพบบริษัทที่เข้าข่ายไม่ผ่านเกณฑ์ถึง 479 แห่ง หรือคิดเป็น 18.6% ของทั้งหมด

แบ่งตามตลาด คาดว่าจะมีบริษัทในตลาดโคสปี 112 แห่ง และตลาดโคสแดค 367 แห่ง ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่ คิดเป็น 13.4% และ 21.0% ของบริษัทจดทะเบียนในแต่ละตลาดตามลำดับ และเมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาดที่ต่ำกว่าเกณฑ์ต่อเนื่อง 30 วันทำการล่าสุด พบว่ามี 368 แห่งที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปี 2027 คิดเป็น 14.3% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด

เมื่อแยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจบริการมีบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์มากที่สุดที่ 38 แห่ง ตามด้วยกลุ่มไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ 36 แห่ง และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 30 แห่ง โดยกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมีสัดส่วนบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์สูงที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรมทั้งหมดที่ 16.9% จากทั้งหมด 177 บริษัทในกลุ่มนี้

ด้านราคาหุ้นก็สะท้อนสัดส่วนหุ้นราคาต่ำเช่นกัน บริษัทที่มีราคาปิดเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมต่ำกว่า 1,000 วอน หรือที่เรียกกันว่า 'หุ้นเหรียญ' มีจำนวน 200 แห่ง คิดเป็น 7.8% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ขณะที่บริษัทที่ราคาปิดต่ำกว่า 1,000 วอนต่อเนื่อง 30 วันทำการล่าสุดมี 103 แห่ง ตามกฎเกณฑ์ หากหุ้นสามัญมีราคาปิดต่ำกว่า 1,000 วอนต่อเนื่อง 30 วันทำการ บริษัทจะถูกกำหนดเป็นหุ้นเฝ้าระวัง และหากในช่วง 90 วันทำการถัดไปไม่สามารถรักษาราคาปิดตั้งแต่ 1,000 วอนขึ้นไปติดต่อกัน 45 วันทำการได้ จะเข้าสู่กระบวนการเพิกถอนออกจากตลาด

นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่เข้าข่ายตามเกณฑ์ด้านการเงินและการเปิดเผยข้อมูลไม่น้อย จากรายงานประจำปีสิ้นปีที่ผ่านมา พบบริษัทที่ขาดทุนสะสมจนส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบทั้งหมด 12 แห่ง บริษัทที่มีอัตราส่วนทุนติดลบตั้งแต่ 50% ขึ้นไป 38 แห่ง และบริษัทที่มีคะแนนโทษจากการเปิดเผยข้อมูลสะสมในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 10 คะแนนขึ้นไป 16 แห่ง ทั้งนี้เกณฑ์คะแนนโทษถูกปรับให้เข้มงวดขึ้นจากเดิม 15 คะแนน เหลือ 10 คะแนน

ลีดเดอร์สอินเด็กซ์ระบุว่าได้วิเคราะห์ร่วมกันทั้งมูลค่าตลาด ราคาหุ้น สถานะทางการเงิน และคะแนนโทษจากการเปิดเผยข้อมูล พร้อมย้ำว่าการไม่ผ่านเกณฑ์ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดทันที เพราะการบังคับใช้จริงยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของราคาหุ้น การเพิ่มทุน และสถานะทางการเงินของแต่ละบริษัท

เจ้าหน้าที่จากลีดเดอร์สอินเด็กซ์กล่าวว่า "หากราคาหุ้นไม่ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หรือบริษัทไม่สามารถเพิ่มมูลค่าตลาดผ่านการเพิ่มทุนได้ จำนวนบริษัทที่เสี่ยงถูกกำหนดเป็นหุ้นเฝ้าระวังจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเกณฑ์ใหม่มีผลบังคับใช้ในปีหน้า" ความเห็นนี้ชี้ให้เห็นว่าทิศทางราคาหุ้นในช่วงที่เหลือของปีจะเป็นตัวแปรสำคัญ ทั้งนี้สถานะการคงอยู่ในตลาดของแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาหุ้น การเพิ่มทุน และผลการยื่นรายงานประจำงวดครึ่งปีในระยะต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1