Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

300,000 ตัว ไมโครซอฟท์(MSFT) เจรจาซื้อชิป AI Maia 300 จาก TSMC เล็งเพิ่มเป็น 1 ล้านตัว

ชิปต้นแบบ AI วางอยู่บนถาดเซมิคอนดักเตอร์ / TokenPost.ai

ไมโครซอฟท์(MSFT) กำลังเจรจากับ TSMC เพื่อขอรับชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ออกแบบเองรุ่น 'Maia 300' มากกว่า 300,000 ตัวสำหรับปี 2027 และกำลังพิจารณาแผนขยายกำลังผลิตต่อปีให้มากกว่า 1 ล้านตัวในระยะยาวด้วย

เดอะ อินฟอร์เมชัน (The Information) รายงานเมื่อวันที่ 10 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าไมโครซอฟท์มีแผนเปิดตัว Maia 300 อย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายนนี้ การเจรจาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพิ่มการผลิตชิป AI ของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาเอ็นวิเดีย(NVDA) พร้อมทั้งดึงดูดลูกค้าคลาวด์รายใหญ่เข้ามาใช้บริการ

เป้าหมายปริมาณ Maia 300 ครั้งนี้สูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง Maia 200 อย่างมาก โดยที่ผ่านมาไมโครซอฟท์ผลิต Maia 200 ผ่าน TSMC ไปแล้วเพียงหลักหมื่นตัวเท่านั้น

Maia คือชิปเร่งความเร็ว (accelerator) ที่ไมโครซอฟท์ออกแบบเองเพื่อใช้ประมวลผลงาน AI ในศูนย์ข้อมูล โดยทั่วไปเมื่อผู้ให้บริการคลาวด์มีชิปของตัวเอง จะช่วยให้ปรับต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานควบคู่ไปกับการใช้ชิปจากผู้ผลิตภายนอกได้

Maia 200 ใช้หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง HBM3E ของเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) เพียงรายเดียว และขณะนี้ไมโครซอฟท์กำลังหารือกับเอสเค ไฮนิกซ์เรื่องสัญญาจัดหาหน่วยความจำระยะยาวด้วย ทำให้การขยายกำลังผลิต Maia เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของเกาหลีใต้โดยตรง

Maia 200 พลาดเป้าหมายภายในองค์กรระหว่างการทดสอบช่วงแรก ทำให้การเปิดตัวล่าช้าและถูกใช้งานเพียงในศูนย์ข้อมูลส่วนน้อยเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อเดือนที่แล้วไมโครซอฟท์แจ้งนักลงทุนว่า หากใช้ Maia 200 รันโมเดลของโอเพนเอไอ (OpenAI) หรือโมเดลของตัวเอง จะมีต้นทุนดำเนินงานต่ำกว่าชิปเอ็นวิเดียรุ่นล่าสุดราว 30-40%

สัตยา นาเดลลา(Satya Nadella) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ไมโครซอฟท์ เคยเขียนไว้ในอีเมลที่ถูกเปิดเผยผ่านเอกสารชั้นศาลเมื่อปี 2022 ว่า “เราเป็นเพียงชั้นบางๆ ที่อยู่เหนือเอ็นวิเดีย และทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดเป็นของโอเพนเอไอ” คำพูดนี้สะท้อนความกังวลว่าโครงสร้างที่ต้องพึ่งพาทั้งชิปและโมเดล AI จากภายนอกอาจเป็นข้อจำกัดต่อความสามารถในการทำกำไรและการควบคุมธุรกิจของบริษัท

ธุรกิจชิป AI ของตัวเองของไมโครซอฟท์ถูกมองว่าเริ่มต้นช้ากว่ากูเกิล (Google) และอเมซอน (Amazon) โดยกูเกิลใช้ชิปประมวลผลเทนเซอร์ (TPU) และอเมซอนใช้ชิป Trainium ดึงลูกค้ารายใหญ่มาได้แล้ว ขณะที่กูเกิลเริ่มขาย TPU ให้ลูกค้าภายนอกศูนย์ข้อมูลของตัวเองด้วย

มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) คาดการณ์ว่ากูเกิลจะผลิต TPU มากกว่า 3 ล้านตัวในปี 2026 และเพิ่มเป็น 5 ล้านตัวในปี 2027 ซึ่งปริมาณ Maia 300 ที่ไมโครซอฟท์กำลังเจรจาอยู่ยังน้อยกว่าขนาดการผลิตที่กูเกิลถูกคาดการณ์ไว้

มีรายงานว่าแอนโทรปิก (Anthropic) เจรจากับไมโครซอฟท์มานานหลายเดือนเรื่องการใช้ชิป Maia ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มที่บริษัท AI ต่างๆ ไม่ยึดติดกับคลาวด์หรือชิปจากผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง แต่เปรียบเทียบทรัพยากรประมวลผลจากหลายค่ายแทน

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าแอนโทรปิกผลักดันกลยุทธ์ใช้ชิปหลายประเภทควบคู่กัน หาก Maia 300 ถูกลูกค้าจริงนำไปใช้งาน ก็จะทำให้ตัวเลือกชิปเร่งความเร็วสำหรับคลาวด์ที่บริษัท AI สามารถเลือกใช้ได้กว้างขึ้น

แอนดรูว์ วอลล์(Andrew Wall) ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Maia ของไมโครซอฟท์ ไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการผลิตที่ชัดเจน โดยระบุเพียงว่า “เรายังคงลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์ที่ออกแบบเองต่อไป ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐาน AI ระยะยาว และ Maia จะรองรับความต้องการใช้งาน AI ได้” คำกล่าวนี้ยืนยันทิศทางการลงทุนแต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการผลิตที่ชัดเจน

ชิปประมวลผลกลาง (CPU) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ไมโครซอฟท์พัฒนาเอง 'Cobalt' กลับขยายไปสู่ลูกค้าได้เร็วกว่า Maia โดยบริษัทระบุว่าโอเพนเอไอและอโดบี (Adobe) รวมถึงลูกค้ารายอื่น ใช้งาน Cobalt ในศูนย์ข้อมูลมากกว่า 25 แห่งทั่วโลกแล้ว

การเจรจาซื้อชิปมากกว่า 300,000 ตัวและเป้าหมายระยะยาวมากกว่า 1 ล้านตัวที่เปิดเผยครั้งนี้ เป็นตัวเลขที่ชัดเจนของแผนเพิ่มการผลิต Maia 300 ที่เคยมีรายงานมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ไมโครซอฟท์มีกำหนดเปิดตัว Maia 300 อย่างเร็วที่สุดในเดือนกันยายนนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1