จงกึนดัง(Chong Kun Dang) เซลทริออน(Celltrion) เอสเคไบโอไซแอนซ์(SK Bioscience) อัลเทโอเจน(Alteogen) และฟาร์มะรีเสิร์ช(Pharma Research) ติดอันดับ 5 หุ้นกลุ่มยาและไบโอเทคที่มีช่องว่างระหว่างราคาปัจจุบันกับราคาเป้าหมายมากที่สุด ข้อมูล ณ วันที่ 10 สิงหาคม โดยความคาดหวังต่อความคืบหน้าของท่อผลิตภัณฑ์ยาใหม่ การส่งออกเทคโนโลยี และผลประกอบการที่ดีขึ้น มีส่วนสะท้อนอยู่ในการประเมินมูลค่าของแต่ละบริษัท
หนังสือพิมพ์ฮันกยอง(Hankyung) รายงานเมื่อวันที่ 11 ว่า ได้คัดเลือกหุ้น 5 อันดับดังกล่าวจากราคาปัจจุบัน ราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ส่วนต่างราคา และการกระจายตัวของคำแนะนำการลงทุน อย่างไรก็ตาม บทความที่เผยแพร่ไม่ได้ระบุตัวเลขราคาปัจจุบัน ราคาเป้าหมาย หรือส่วนต่างราคาของแต่ละหุ้นไว้อย่างชัดเจน
ส่วนต่างราคาเป็นดัชนีที่แสดงความแตกต่างระหว่างราคาหุ้นปัจจุบันกับราคาเป้าหมายในรูปสัดส่วน ยิ่งราคาเป้าหมายสูงกว่าราคาปัจจุบันมากเท่าใด ส่วนต่างก็ยิ่งมากขึ้น แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าราคาหุ้นจะปรับขึ้นในอนาคตเสมอไป
ราคาเป้าหมายเฉลี่ยเป็นค่าที่รวบรวมจากราคาเป้าหมายที่บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งประเมินไว้ เนื่องจากแต่ละแห่งมีสมมติฐานด้านผลประกอบการ มุมมองต่อภาวะอุตสาหกรรม และวิธีประเมินมูลค่าที่แตกต่างกัน แม้จะวิเคราะห์บริษัทเดียวกันก็อาจได้ราคาเป้าหมายไม่เท่ากัน
โดยทั่วไป การประเมินมูลค่าบริษัทยาและไบโอเทคจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการพัฒนายาใหม่ ผลการทดลองทางคลินิก สัญญาส่งออกเทคโนโลยี และการได้รับอนุมัติผลิตภัณฑ์ หากแนวโน้มผลประกอบการเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดการวิจัยและพัฒนาถูกปรับ สมมติฐานที่ใช้คำนวณราคาเป้าหมายก็อาจเปลี่ยนไปด้วย
ในการจัดอันดับครั้งนี้ ความคืบหน้าของท่อผลิตภัณฑ์ยาใหม่ การส่งออกเทคโนโลยี และความคาดหวังต่อผลประกอบการที่ดีขึ้น ถูกระบุเป็นปัจจัยหลักเบื้องหลัง แม้ทั้ง 5 บริษัทจะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่มีโครงสร้างธุรกิจและเหตุผลในการประเมินมูลค่าต่างกัน จึงยากที่จะเปรียบเทียบสถานการณ์ของแต่ละบริษัทด้วยตัวเลขส่วนต่างราคาเพียงอย่างเดียว
ราคาเป้าหมายโดยทั่วไปคำนวณจากการนำอัตราส่วนราคาต่อกำไรหรือตัวคูณประเมินมูลค่าอื่น ๆ มาใช้กับกำไรที่คาดการณ์ไว้ หรือสะท้อนมูลค่าของสารตั้งต้นยาใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา เมื่อสมมติฐานเกี่ยวกับผลประกอบการที่คาดการณ์และโอกาสความสำเร็จต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จากข้อมูลชุดเดียวกันก็อาจแตกต่างกันได้
ก่อนหน้านี้ ทีมข่าวเคยนำเสนอกรณีของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ราคาเป้าหมายของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์แตกต่างจากราคาจริงอย่างมาก ซึ่งครั้งนั้นก็มีข้อสังเกตว่าไม่ควรดูเพียงตัวเลขราคาเป้าหมาย แต่ต้องพิจารณาสมมติฐานและเหตุผลเบื้องหลังการประเมินไปพร้อมกัน
การที่ส่วนต่างราคาสูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าบริษัทนั้นถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะราคาหุ้นปัจจุบันอาจสะท้อนทั้งความคาดหวังต่อผลประกอบการและความสำเร็จทางธุรกิจ รวมถึงความไม่แน่นอน เช่น ความเสี่ยงที่การทดลองทางคลินิกจะล้มเหลว หรือสัญญาที่อาจล่าช้าออกไป
การจัดอันดับครั้งนี้เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงที่แสดงให้เห็นว่าหุ้นกลุ่มยาและไบโอเทคตัวใดมีช่องว่างระหว่างราคาเป้าหมายกับราคาปัจจุบันมากที่สุด นักลงทุนจึงควรตรวจสอบผลประกอบการจริง ความคืบหน้าของท่อผลิตภัณฑ์ และเหตุผลที่บริษัทหลักทรัพย์ใช้ในการกำหนดราคาเป้าหมายของแต่ละหุ้นประกอบกันด้วย
ความคิดเห็น 0