หุ้นซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ (005930) และเอสเค ไฮนิกซ์ (000660) ร่วงลง 0.65% และ 1.83% ตามลำดับ ในช่วงเช้าของการซื้อขายวันที่ 11 สิงหาคม จากแรงกดดันของการปรับฐานหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ และกระแสข่าวไมโครซอฟท์($MSFT) เดินหน้าขยายการผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์(AI) ของตัวเอง
จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) เมื่อวันที่ 11 ระบุว่า ณ เวลา 9.10 น. หุ้นซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ซื้อขายอยู่ที่ 228,500 วอน ลดลง 0.65% จากวันก่อนหน้า หลังเปิดตลาดที่ 229,500 วอน ลดลง 0.22%
ระหว่างวันหุ้นซัมซุง อิเลคทรอนิคส์เคยขยับขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 232,500 วอน เพิ่มขึ้น 1.09% ก่อนพลิกกลับมาอ่อนตัว สะท้อนความผันผวนที่สูงขึ้นหลังเปิดตลาดไม่นาน
ในเวลาเดียวกัน หุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ซื้อขายอยู่ที่ 1,394,000 วอน ลดลง 1.83% หลังเปิดตลาดที่ 1,405,000 วอน ลดลง 1.06% และระหว่างวันเคยร่วงลงไปถึง 1,375,000 วอน หรือลดลง 3.17% ก่อนจะลดช่วงติดลบลงบางส่วน
ก่อนหน้านี้ในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 0.11% ดัชนีเอสแอนด์พี(S&P)500 ลดลง 0.06% และดัชนีแนสแดกลดลง 0.32%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลงมากกว่าตลาดโดยรวม โดยดัชนีฟิลาเดลเฟียเซมิคอนดักเตอร์ร่วงลง 2.94% หุ้นเอ็นวิเดีย($NVDA) ลดลง 2.86% และไมครอนลดลง 1.89% ขณะที่หุ้นแซนดิสก์กลับปรับขึ้น 2.12%
กระแสข่าวไมโครซอฟท์เดินหน้าขยายการผลิตชิป AI ของตัวเองก็ถูกมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่กดดันห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ในภาพรวม โดยบาร์รอนส์(Barron's) รายงานว่าไมโครซอฟท์อาจเปิดตัวชิป AI รุ่นใหม่ 'ไมอา 300'(Maia 300) เร็วที่สุดในเดือนหน้า
บาร์รอนส์รายงานเพิ่มเติมว่า ไมโครซอฟท์กำลังหารือกับทีเอสเอ็มซี(TSMC) ของไต้หวัน เพื่อผลิตชิปมากกว่า 300,000 ชิ้น สำหรับส่งมอบในปี 2027 ทั้งนี้ไมโครซอฟท์แสดงความเห็นต่างเกี่ยวกับตัวเลขการผลิตที่ถูกรายงาน
การผลิตชิป AI ใช้เองเป็นแนวโน้มที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ออกแบบชิปของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ภายนอก หากการผลิตชิปใช้เองเพิ่มขึ้น โครงสร้างอุปสงค์ในห่วงโซ่อุปทานเดิมอาจเปลี่ยนไป ซึ่งทำให้หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องมีแนวโน้มไวต่อข่าวประเภทนี้
ขณะเดียวกัน มุมมองต่อภาวะตลาดหน่วยความจำ(memory) ยังแตกต่างกัน โดยเจพีมอร์แกน(JPMorgan) ระบุในรายงานว่าความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานหน่วยความจำน่าจะยืดเยื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ปี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของการซื้อขาย ราคาหุ้นซัมซุง อิเลคทรอนิคส์และเอสเค ไฮนิกซ์ตอบสนองต่อการปรับฐานหุ้นเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ และข่าวการผลิตชิป AI ใช้เองมากกว่ามุมมองระยะยาวต่อภาวะตลาดหน่วยความจำ ท่ามกลางหุ้นแซนดิสก์ที่ปรับขึ้นสวนทางหุ้นหน่วยความจำรายใหญ่ในประเทศที่ปรับลงพร้อมกัน สะท้อนทิศทางที่แตกต่างกันในแต่ละหุ้น
ด้านกระแสเงินทุนเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกับราคาหุ้น โดย ณ เวลา 9.10 น. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหลักทรัพย์ 117,700 ล้านวอน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและสถาบันขายสุทธิ 29,500 ล้านวอน และ 85,600 ล้านวอน ตามลำดับ
ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรวมซัมซุง อิเลคทรอนิคส์และเอสเค ไฮนิกซ์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 179,400 ล้านวอน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยและสถาบันขายสุทธิ 113,900 ล้านวอน และ 59,400 ล้านวอน ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ในเกาหลีใต้มีความผันผวนระหว่างวันสูงในช่วงที่ผ่านมาเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานการวิเคราะห์ที่ระบุว่าการซื้อขายด้วยมาร์จิ้นที่กระจุกตัวในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อาจขยายช่วงความผันผวนของดัชนีคอสปี้(KOSPI) ทั้งนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าความเคลื่อนไหวของหุ้นในช่วงเช้าครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH)
ความคิดเห็น 0