อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ (Korea Treasury Bond) รุ่นอายุ 10 ปี ปรับขึ้น 6.5bp มาอยู่ที่ระดับ 4.300% ต่อปี ในช่วงเช้าวันที่ 11 (เวลาท้องถิ่นเกาหลีใต้) ราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งขึ้นแรงและความกังวลก่อนการเปิดเผยเนื้อหางานสัมมนาของยู ซัง-แด (Yoo Sang-dae) รองผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) เป็นปัจจัยกดราคาพันธบัตรให้ร่วงลง
ข้อมูลจากตลาดตราสารหนี้กรุงโซลเมื่อวันที่ 11 ระบุว่า ณ เวลา 09.05 น. ตามเวลาประเทศไทย (11.05 น. ตามเวลาเกาหลีใต้) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอ้างอิงอายุ 3 ปี อยู่ที่ 3.819% ต่อปี เพิ่มขึ้น 4.4bp จากวันซื้อขายก่อนหน้า ส่วนพันธบัตรรุ่นอายุ 30 ปี ปรับขึ้น 5.4bp มาอยู่ที่ 4.636% ต่อปี
ทั้งนี้ bp เป็นหน่วยวัดการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย โดย 1bp เท่ากับ 0.01 จุดเปอร์เซ็นต์ และเนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกับราคาพันธบัตรเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้ามกัน การที่อัตราผลตอบแทนปรับขึ้นในวันนี้จึงหมายถึงราคาพันธบัตรปรับลดลง
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลก็ปรับตัวลงเช่นกัน สัญญาล่วงหน้าพันธบัตรอายุ 3 ปี ลดลง 12 ติ๊ก มาอยู่ที่ 103.22 จุด ส่วนสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลง 58 ติ๊ก มาอยู่ที่ 105.767 จุด
นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรอายุ 3 ปี จำนวน 4,835 สัญญา แต่ขายสุทธิสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรอายุ 10 ปี จำนวน 868 สัญญา สะท้อนทิศทางการลงทุนของต่างชาติที่แตกต่างกันตามช่วงอายุตราสาร โดยสัญญาล่วงหน้าพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลงมากกว่า
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นราว 5% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) อีกครั้ง ความกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ กลายเป็นปัจจัยกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น
สำนักข่าวยอนฮับ อินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) รายงานเมื่อวันที่ 11 ว่า มีข่าวในตลาดว่าบริษัทเอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) แจ้งยกเลิกการเข้าซื้อพันธบัตรที่เคยยืนยันไว้ก่อนหน้า เพียงหนึ่งวันก่อนกำหนดซื้อขายจริง สร้างความกังวลต่อบรรยากาศการลงทุนในตราสารหนี้เครดิต ท่ามกลางความต้องการซื้อพันธบัตรบริษัทและพันธบัตรธนาคารที่อ่อนแรงอยู่ก่อนแล้ว ประกอบกับแรงกดดันจากราคาที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้
ผู้เล่นในตลาดยังให้ความสนใจกับเนื้อหางานสัมมนาครั้งสุดท้ายก่อนพ้นตำแหน่งของรองผู้ว่าการยู ซัง-แด เนื่องจากตลาดมองว่าเขามีแนวทางแบบสายเหยี่ยว (hawkish) มาโดยตลอด จึงมีการจับตาว่าจะมีสัญญาณใดเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะต่อไปหรือไม่
ดีลเลอร์ตราสารหนี้จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งกล่าวว่า “ตลาดเปิดมาด้วยความกังวลล่วงหน้าก่อนการแถลงข่าวของรองผู้ว่าการ จึงเห็นแรงขายตั้งแต่ช่วงเช้า” และเสริมว่า “ถ้าการแถลงข่าวไม่มีสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง (back-to-back) ก็มีโอกาสที่ตลาดจะฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง” ความเห็นนี้สะท้อนมุมมองว่าหากไม่มีสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แรงขายในช่วงเช้าอาจถูกดึงกลับบางส่วน
ดีลเลอร์ตราสารหนี้อีกรายจากบริษัทหลักทรัพย์อีกแห่งกล่าวว่า “ปริมาณการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรเสถียรภาพการเงินไม่มากนัก เพราะตลาดรอฟังคำพูดของรองผู้ว่าการ” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “โดยเฉพาะหลังข่าวเกี่ยวกับเอสเค ไฮนิกซ์ออกมา แรงซื้อในตราสารหนี้เครดิตลดลงอย่างชัดเจน” เขากล่าวเสริมว่า “การออกพันธบัตรธนาคารที่เพิ่มขึ้น ความต้องการซื้อที่ลดลง และราคาที่ปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้ ล้วนมีผลกระทบเช่นกัน” คำอธิบายนี้ชี้ว่าปริมาณการออกพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นและความต้องการซื้อที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันด้านราคาในตลาดตราสารหนี้เครดิต
ตลาดตราสารหนี้ในประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันก่อนหน้าก็ปรับตัวลงเช่นกัน โดยเฉพาะกลุ่มพันธบัตรระยะยาวพิเศษ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรอายุ 30 ปีและ 10 ปีขยายกว้างถึง 34.7bp เมื่อเช้าวันนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีปรับขึ้นไปแตะ 4.636% ต่อปี สะท้อนแรงกดดันด้านซัพพลายและดีมานด์ที่ยังต่อเนื่องในตราสารระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในประเทศเกาหลีใต้ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่อธิบายราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ได้โดยตรง แต่สามารถใช้เป็นตัวแปรเสริมประกอบการพิจารณาสภาพคล่องของเงินวอนและความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงได้
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia) มีกำหนดประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันเดียวกันนี้ โดยแถลงการณ์และรายงานนโยบายการเงินจะเผยแพร่เวลา 14.30 น. ตามเวลามาตรฐานออสเตรเลียตะวันออก ซึ่งตรงกับเวลา 11.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุดก่อนหน้าอยู่ที่ 4.35% ต่อปี
ความคิดเห็น 0