ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) ปรับตัวขึ้น 23.6% ในรอบ 24 ชั่วโมง ณ วันที่ 20 (เวลาท้องถิ่น) ส่งผลให้มูลค่าตลาดแซงหน้าโดชคอยน์(DOGE) ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 10 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ราคาที่ปรับขึ้น แต่ยังเผยให้เห็นความแตกต่างในการประเมินมูลค่าระหว่าง 'โทเคนโปรโตคอลอนุพันธ์ออนเชน' ที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมจริง กับ 'มีมคอยน์สายคอมมูนิตี้' ที่ราคาขึ้นอยู่กับกระแสตลาดเป็นหลัก
ตามข้อมูลของ CoinGecko ณ วันที่ 20 ราคาไฮเปอร์ลิควิดอยู่ที่ 71.93 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวม 15,993.22 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1,516.71 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โดชคอยน์ในช่วงเวลาเดียวกันมีราคาอยู่ที่ 0.07503 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวม 11,676.61 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าซื้อขาย 927.21 ล้านดอลลาร์
ด้านอันดับมูลค่าตลาด ไฮเปอร์ลิควิดอยู่ที่อันดับ 10 ส่วนโดชคอยน์อยู่ที่อันดับ 11 ความต่างของมูลค่าตลาดทั้งสองอยู่ที่ราว 4,300 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นไฮเปอร์ลิควิดมีขนาดใหญ่กว่าโดชคอยน์ประมาณ 1.37 เท่า
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนอันดับครั้งนี้ไม่ใช่ 'การแซงหน้าครั้งแรก' CoinGecko ระบุในรายงานไตรมาส 2 ปี 2026 ว่าไฮเปอร์ลิควิดแซงหน้าโดชคอยน์ขึ้นสู่ 10 อันดับแรกด้านมูลค่าตลาดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน
ดังนั้นประเด็นสำคัญของกระแสนี้จึงไม่ได้อยู่ที่อันดับเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ 'ความสามารถในการสร้างรายได้' เมื่อดูในกรอบ 7 วัน ไฮเปอร์ลิควิดปรับขึ้น 25.9% แซงหน้าโดชคอยน์ที่ขึ้น 6.7% เช่นกัน แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียวเป็นตัวกระตุ้นราคาโดยตรง
CoinGecko ระบุว่าค่าธรรมเนียมของไฮเปอร์ลิควิดในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุดอยู่ที่ 1.41 ล้านดอลลาร์ และรายได้ของโปรเจกต์อยู่ที่ 1.08 ล้านดอลลาร์ ด้าน DeFiLlama รายงานว่าปริมาณซื้อขาย Perpetual Futures บนไฮเปอร์ลิควิดในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 15,205 ล้านดอลลาร์ และรายได้ในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 995,558 ดอลลาร์
โดชคอยน์มีลักษณะที่ต่างออกไป CoinGecko ระบุว่ารายได้ของโปรเจกต์โดชคอยน์ในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 0 ดอลลาร์ การจัดกลุ่มไฮเปอร์ลิควิดกับโดชคอยน์ไว้ในหมวด 'เหรียญขาขึ้น' เดียวกันจึงอาจไม่ตรงนัก เพราะแท้จริงแล้วนี่คือการเปรียบเทียบระหว่างโปรโตคอลอนุพันธ์ออนเชนที่มีรายได้จากกิจกรรมการซื้อขายจริง กับมีมคอยน์ที่พึ่งพาแบรนด์และคอมมูนิตี้
Perpetual Futures คือสัญญาอนุพันธ์ที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้ผู้เทรดถือสถานะได้ต่อเนื่อง ไฮเปอร์ลิควิดเป็นระบบนิเวศที่นำการซื้อขายอนุพันธ์ลักษณะนี้มาประมวลผลบนเชน เมื่อปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น ตัวเลขค่าธรรมเนียมและรายได้ของโปรเจกต์ก็ปรับขึ้นตามไปด้วย
ส่วนมีมคอยน์มักมีราคาที่ตอบสนองต่อกระแสคอมมูนิตี้ การรับรู้แบรนด์ และสภาพคล่องในตลาด มากกว่ารายได้จากการใช้งานจริง โดชคอยน์ถูกจัดเป็นตัวแทนของกลุ่มนี้ แต่ในการเปรียบเทียบครั้งนี้ ไฮเปอร์ลิควิดซึ่งมีตัวเลขรายได้จากโปรโตคอลที่ตรวจสอบได้ ถูกวางอยู่บนแกนการประเมินมูลค่าคนละแบบ
ไฮเปอร์ลิควิดเคยถูกกล่าวถึงในรายงานก่อนหน้านี้ของ TokenPost ในประเด็นเส้นทางกำกับดูแลของสหรัฐฯ และช่องทางเชื่อมต่อกับภาคสถาบัน
ล่าสุด TokenPost ยังรายงานการปรับขึ้นของไฮเปอร์ลิควิดมากกว่า 20% ในรอบ 24 ชั่วโมง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ออกความเห็นเกี่ยวกับคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ (CFTC) โดยรายงานในครั้งนั้นชี้ให้เห็นว่าช่องทางการเข้าถึงตลาดอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐฯ กลายเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตาควบคู่ไปกับการเคลื่อนไหวของราคา
ในขณะเดียวกันก็มีปัจจัยกดดันที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกัน The Block รายงานโดยอ้างอิงการวิเคราะห์ของ JPMorgan ว่าไฮเปอร์ลิควิดกำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแพลตฟอร์มซื้อขายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ และแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ (prediction market)
The Block รายงานในบทความเดียวกันว่าเงินไหลเข้ากองทุน ETF ที่อ้างอิงไฮเปอร์ลิควิดชะลอตัวลงในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม แม้ตัวเลขด้านรายได้จะถูกยกเป็นจุดแข็ง แต่การแข่งขันจากภาคสถาบันและเงินทุนไหลเข้าที่ชะลอตัวยังคงเป็นความเสี่ยงต่อการรักษาอันดับในระยะถัดไป
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือกำหนดการปลดล็อกโทเคน CoinGecko ระบุว่าไฮเปอร์ลิควิดมีกำหนดปลดล็อกครั้งถัดไปในวันที่ 6 กันยายน จำนวน 9.92 ล้าน HYPE คิดเป็นมูลค่า ณ ราคาปัจจุบันประมาณ 713.28 ล้านดอลลาร์
การขึ้นแซงหน้าโดชคอยน์ของไฮเปอร์ลิควิดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตัวเลขด้านรายได้ถูกจับตาควบคู่ไปกับทิศทางราคา ทั้งนี้อันดับมูลค่าตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความผันผวนของราคา และกำหนดการที่ต้องติดตามต่อไปคือการปลดล็อก 9.92 ล้าน HYPE ในวันที่ 6 กันยายน
ความคิดเห็น 0