ชางเผิง จ้าว (Changpeng Zhao) ผู้ก่อตั้งไบแนนซ์ (Binance) เสนอว่าการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นโทเคน หรือ ‘โทเคนไนเซชัน’ (Tokenization) สามารถเป็นเครื่องมือให้แต่ละประเทศใช้ระดมทุนและดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ได้
เมื่อวันที่ 21 เวลาประมาณ 07.05 น. (เวลาท้องถิ่น) วูบล็อกเชน (Wu Blockchain) รายงานว่า จ้าว ระบุว่าโลกควรผลักดัน ‘การแปลงสินทรัพย์ทุกประเภทให้เป็นโทเคน’ พร้อมอธิบายว่าโทเคนไนเซชันเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่ประเทศต่างๆ จะใช้ระดมทุนหรือดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้
โทเคนไนเซชัน คือกระบวนการแปลงสินทรัพย์ในโลกจริง เช่น หุ้น พันธบัตร และอสังหาริมทรัพย์ ให้อยู่ในรูปโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำให้สินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิมซื้อขายบนเชนได้ และดำเนินกระบวนการออก จัดเก็บ และโอนย้ายผ่านสมุดบัญชีดิจิทัล
จ้าว มองว่าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างมีแรงจูงใจที่จะนำหุ้นที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคนไปเสนอขายให้กับนักลงทุนทั่วโลก โดยระบุว่าสำหรับประเทศหรือบริษัทแล้ว วิธีนี้ช่วยให้หุ้นและสินทรัพย์ภายในประเทศเข้าถึงฐานนักลงทุนที่กว้างขึ้นได้
เขายังเน้นย้ำแนวทางที่ไม่ผูกติดกับบล็อกเชนใดบล็อกเชนหนึ่ง โดยสนับสนุนให้มีการผลักดันโทเคนไนเซชันบนทุกบล็อกเชน
อย่างไรก็ตาม หากสินทรัพย์เดียวกันถูกออกเป็นโทเคนบนหลายเชนพร้อมกัน อาจเกิดปัญหาสภาพคล่องการซื้อขายที่กระจัดกระจาย เมื่อคำสั่งซื้อและขายไม่ได้รวมศูนย์อยู่ในที่เดียว การกำหนดราคาและประสิทธิภาพการซื้อขายอาจลดลงได้
จ้าว อธิบายว่าการที่หลายฝ่ายผลักดันโทเคนไนเซชันไปพร้อมกันคือวิธีที่เร็วที่สุดในการขยายขนาดของอุตสาหกรรมนี้ โดยระบุว่าหากสินทรัพย์ที่ออกโดยผู้ออกต่างรายกันมี ‘ความสามารถในการแลกเปลี่ยนกันได้’ สูง ก็จะช่วยลดปัญหาสภาพคล่องที่กระจัดกระจายได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับนักลงทุนในเกาหลีใต้ ประเด็นนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับคำถามว่าหุ้นบริษัทเกาหลีใต้หรือสินทรัพย์ภายในประเทศจะเปิดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถึงได้ในรูปแบบใด หุ้นที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคนอาจช่วยขยายการเข้าถึงข้ามพรมแดนได้ แต่โครงสร้างสิทธิที่แท้จริงและกลไกคุ้มครองนักลงทุนยังขึ้นอยู่กับรูปแบบการออกโทเคนนั้นๆ
ไบแนนซ์ (Binance) เป็นตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คำกล่าวของ จ้าว สะท้อนให้เห็นว่าบทสนทนาในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เคยเน้นเฉพาะตลาดซื้อขายเหรียญ กำลังขยายไปสู่ประเด็นการโอนย้ายหุ้นและสินทรัพย์ในโลกจริงขึ้นสู่บล็อกเชน
ส่วนหุ้นที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคนจะมีสิทธิออกเสียง สิทธิรับเงินปันผล โครงสร้างการจัดเก็บ และขั้นตอนการไถ่ถอนเช่นเดียวกับหุ้นทั่วไปหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ออกโทเคนและกฎเกณฑ์การกำกับดูแลในแต่ละเขตอำนาจศาล แม้จะใช้คำว่า ‘โทเคนไนเซชัน’ เหมือนกัน แต่สิทธิที่นักลงทุนได้รับจริงอาจแตกต่างกันไปตามโครงสร้างของผลิตภัณฑ์แต่ละตัว
ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์ (TokenPost) เคยรายงานถึงกรณีที่คำพูดของ จ้าว ถูกนำไปผูกกับกระแสหุ้นโทเคนไนซ์และกลายเป็นวัตถุดิบสำหรับการซื้อขายมีมคอยน์ในระยะสั้น ขณะที่คำกล่าวล่าสุดนี้ให้น้ำหนักกับโทเคนไนเซชันในฐานะช่องทางระดมทุนของประเทศและภาคธุรกิจมากกว่าจะเป็นปัจจัยเก็งกำไรระยะสั้น ซึ่งถือเป็นมุมมองที่ต่างออกไป
จ้าว ให้น้ำหนักไปในทิศทางที่ว่า ยิ่งมีผู้ออกโทเคนและบล็อกเชนที่รองรับมากขึ้นเท่าใด ขนาดของตลาดก็ยิ่งขยายตัวได้มากขึ้นเท่านั้น ประเด็นที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือความสามารถในการแลกเปลี่ยนกันได้ระหว่างสินทรัพย์ที่ผ่านการแปลงเป็นโทเคน สิทธิของนักลงทุน และความสอดคล้องของกฎเกณฑ์กำกับดูแลในแต่ละเขตอำนาจศาล
ความคิดเห็น 0