หุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์(005930) และเอสเคไฮนิกซ์(000660) เปิดตลาดวันที่ 21 (เวลาท้องถิ่น) ด้วยราคาที่ 'ปรับตัวลง' ก่อนพลิกกลับมาเป็นบวก 2-3% ในช่วงเช้าของตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ แม้จะมีแรงขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรงเมื่อวันก่อน แต่เม็ดเงินซื้อก็ไหลกลับเข้าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่อีกครั้ง
สำนักข่าวยอนฮับ(Yonhap) รายงานว่า ณ เวลา 10.54 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 21 หุ้นเอสเคไฮนิกซ์ซื้อขายอยู่ที่ 1,743,000 วอน เพิ่มขึ้น 3.08% จากวันก่อนหน้า หลังเปิดตลาดด้วยราคาลดลง 0.95% อยู่ที่ 1,675,000 วอน ก่อนพลิกเป็นขาขึ้นในเวลาไม่นาน และระหว่างวันเคยขึ้นไปแตะ 1,773,000 วอน ทำให้อัตราเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันนั้นอยู่ที่ 4.85%
ด้านหุ้นซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ในเวลาเดียวกันซื้อขายอยู่ที่ 277,500 วอน เพิ่มขึ้น 2.40% หลังเปิดตลาดด้วยราคาลดลง 1.48% ที่ 267,000 วอน แล้วแกว่งตัวขึ้นลงในช่วงต้นตลาดก่อนขยายช่วงบวกมากขึ้น ราคาสูงสุดระหว่างวันอยู่ที่ 281,500 วอน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 3.87%
ทั้งสองหุ้นเปิดตลาดวันนี้พร้อมแรงกดดันจากแรงขายทำกำไร หลังจากที่พุ่งแรงเมื่อวันก่อนหน้า โดยซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 9.49% และเอสเคไฮนิกซ์เพิ่มขึ้นถึง 12.73% เมื่อวันที่ 20 ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ดัชนีคอสปี้ปิดตลาดบวก 5.89% จากแรงหนุนของซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์ที่ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมาปรับตัวลงเป็นวงกว้าง แต่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลับแข็งแกร่งกว่าตลาดโดยรวม ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 1.32% ดัชนีเอสแอนด์พี(S&P)500 ลดลง 0.87% และดัชนีแนสแด็กลดลง 1.00% ขณะที่ดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ฟิลาเดลเฟีย(SOX) กลับเพิ่มขึ้น 0.53%
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยเก็บข้อมูลของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นพร้อมกันเช่นกัน ไมครอน(MU) เพิ่มขึ้น 3.97% แซนดิสก์(SNDK) เพิ่มขึ้น 2.02% เวสเทิร์นดิจิทัล(WDC) เพิ่มขึ้น 1.51% และซีเกท(STX) เพิ่มขึ้น 2.12% ส่วนใบแสดงสิทธิในหุ้นสามัญของเอสเคไฮนิกซ์ในตลาดสหรัฐฯ หรือ ADR ปิดตลาดบวก 4.43% จากแรงหนุนของราคาหุ้นแม่ในตลาดเกาหลีใต้ที่พุ่งแรงเมื่อวันก่อน
ADR คือใบแสดงสิทธิที่ทำให้หุ้นของบริษัทต่างชาติสามารถซื้อขายได้ในตลาดสหรัฐฯ เมื่อหุ้นแม่ในประเทศเคลื่อนไหวแรง ราคา ADR ในตลาดสหรัฐฯ ก็มักจะเคลื่อนไหวตามไปด้วย และอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงเปิดตลาดของวันถัดไปในประเทศต้นทาง
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของเกาหลีใต้เปิดตลาดวันนี้ด้วยราคาที่ลดลง จากความกังวลเรื่องสงครามในอิหร่านที่ยืดเยื้อ ความระมัดระวังก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ และแรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังราคาพุ่งแรงเมื่อวันก่อน ก่อนจะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้น และยังคงมีซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์กับเอสเคไฮนิกซ์เป็นแกนหลักของการเคลื่อนไหวในตลาดเช่นเดียวกับวันก่อนหน้า
ทิศทางเงินทุนก็เปลี่ยนไปในระหว่างวันเช่นกัน ข้อมูล ณ เวลา 10.54 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบว่านักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 316,400 ล้านวอน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 363,800 ล้านวอน ด้านสถาบันในประเทศขายสุทธิ 322,700 ล้านวอน ซึ่งกลับทิศทางจากช่วงเปิดตลาดที่นักลงทุนต่างชาติเป็นฝ่ายขาย และนักลงทุนรายย่อยเป็นฝ่ายซื้อ
ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนรายย่อยต่างซื้อสุทธิพร้อมกัน โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในกลุ่มไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ของดัชนีคอสปี้ ซึ่งรวมซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์ เป็นมูลค่า 354,800 ล้านวอน ส่วนนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 327,500 ล้านวอน ขณะที่สถาบันในประเทศขายสุทธิในกลุ่มนี้ถึง 649,800 ล้านวอน
ซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์และเอสเคไฮนิกซ์เป็นหุ้นที่มีสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงในดัชนีคอสปี้ เมื่อทั้งสองหุ้นเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ก็สามารถส่งผลต่อความผันผวนของดัชนีโดยรวมได้มาก ทำให้ราคาหุ้นระหว่างวันและทิศทางเงินทุนในกลุ่มนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ทิศทางตลาดหุ้นเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นข้อมูล ณ เวลา 10.54 น. ตามเวลาท้องถิ่นเท่านั้น ราคาปิดตลาดจริงและมูลค่าซื้อขายสุทธิของแต่ละกลุ่มนักลงทุนจะยืนยันอีกครั้งหลังตลาดปิดทำการ
ความคิดเห็น 0