พรรคพลังประชาชน(People Power Party) ประกาศว่าจะตรวจสอบอย่างเข้มข้นทั้งการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมมูลค่า 30 ล้านล้านวอน และการเบิกจ่ายงบลับของทำเนียบประธานาธิบดีและอัยการพิเศษ ในการพิจารณาปิดบัญชีงบประมาณปีงบประมาณ 2025
ส.ส. พรรคพลังประชาชนในคณะกรรมาธิการงบประมาณและการตรวจสอบบัญชีของรัฐสภาเกาหลีใต้ แถลงข่าวที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 21 (เวลาท้องถิ่น) ว่างบประมาณปีที่แล้วเพิ่มขึ้นจาก 673.3 ล้านล้านวอน เป็น 703.3 ล้านล้านวอน จากการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมสองครั้ง และระบุว่าจะตรวจสอบความเหมาะสมของนโยบายขยายการคลังดังกล่าว
ส.ส.พรรคพลังประชาชนระบุว่า "แก่นของการพิจารณาปิดบัญชีงบประมาณปีงบประมาณ 2025 คือการตรวจสอบอย่างเข้มงวดถึงความเหมาะสมของนโยบายขยายการคลังแบบสุรุ่ยสุร่าย ที่ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 30 ล้านล้านวอนจาก 673.3 ล้านล้านวอน เป็น 703.3 ล้านล้านวอน ผ่านการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมสองครั้งในปีที่แล้ว พร้อมกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น 28.6 ล้านล้านวอน" คำกล่าวนี้สะท้อนจุดยืนของพรรคที่มองว่าการขยายงบประมาณเกินความจำเป็น
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมและอัตราการเบิกจ่าย พรรคพลังประชาชนระบุว่าจะวิเคราะห์อัตราการเบิกจ่ายภายในปีของโครงการในงบประมาณเพิ่มเติมครั้งที่ 2 เพื่อตรวจสอบว่ามีการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมเกินความจำเป็นหรือไม่ และใครต้องรับผิดชอบต่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นจากการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดดุล
งบประมาณเพิ่มเติมคือการจัดทำงบประมาณใหม่หลังจากงบประมาณหลักผ่านการอนุมัติแล้ว เพื่อรองรับความต้องการด้านการคลังที่เกิดขึ้นภายหลัง เช่น การกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการรับมือภัยพิบัติ ส่วนการพิจารณาปิดบัญชีงบประมาณเป็นขั้นตอนที่รัฐสภาตรวจสอบย้อนหลังว่างบประมาณที่เบิกจ่ายไปแล้วเป็นไปตามกฎหมายและวัตถุประสงค์หรือไม่
การพิจารณาปิดบัญชีงบประมาณครั้งนี้เน้นตรวจสอบว่างบประมาณที่จัดสรรผ่านงบประมาณเพิ่มเติมนำไปสู่การดำเนินโครงการจริงและเกิดผลลัพธ์หรือไม่ ก่อนหน้านี้เคยมีการวิเคราะห์ว่ารายได้ภาษีส่วนเกินและความเป็นไปได้ของงบประมาณเพิ่มเติมครั้งที่ 2 อาจเชื่อมโยงกับปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ประเด็นงบประมาณเพิ่มเติมและหนี้สาธารณะจากการขาดดุลอาจเป็นข้อถกเถียงต่อเนื่องไปถึงการพิจารณางบประมาณฉบับถัดไปด้วย
พรรคพลังประชาชนคัดเลือก '100 โครงการปัญหา' ก่อนเข้าสู่การพิจารณาปิดบัญชี ตัวอย่างสำคัญที่หยิบยกขึ้นมา ได้แก่ โครงการร่วมลงทุนกองทุนแม่สำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของกระทรวงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสตาร์ทอัพ และกองทุนนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
พรรคพลังประชาชนอ้างว่าทั้งสองโครงการได้รับงบประมาณเพิ่มเติม 300,000 ล้านวอน และ 50,000 ล้านวอนตามลำดับ แต่ไม่มีการลงทุนในภาคธุรกิจเกิดขึ้นจริง โดยระบุว่าจะตรวจสอบว่าการเบิกจ่ายเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของงบประมาณเพิ่มเติมหรือไม่
งบลับของทำเนียบประธานาธิบดีและอัยการพิเศษทั้งสามคณะก็เป็นเป้าหมายการตรวจสอบเช่นกัน พรรคพลังประชาชนระบุว่าจะพิจารณารายละเอียดงบลับของทำเนียบประธานาธิบดีมูลค่า 4,100 ล้านวอน รวมถึงงบลับของอัยการพิเศษ โจ อึน-ซ็อก(Cho Eun-seok), มิน จุง-กี(Min Joong-gi) และ อี มยองฮอน(Lee Myung-heon)
พรรคพลังประชาชนกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปไตยเกาหลี(Democratic Party of Korea) เคยเรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดงบลับสมัยเป็นฝ่ายค้าน แต่หลังจากขึ้นเป็นพรรครัฐบาลกลับปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว งบลับเป็นงบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมสืบสวนสอบสวนหรือข่าวกรองที่ต้องรักษาความลับ และมักเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องขอบเขตการเปิดเผยการเบิกจ่ายอยู่เสมอ
การใช้งบสำรองจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการย้ายทำเนียบประธานาธิบดีก็อยู่ในขอบเขตการตรวจสอบเช่นกัน พรรคพลังประชาชนระบุว่าจะตรวจสอบรายละเอียดสัญญาและการเบิกจ่ายของโครงการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกของทำเนียบประธานาธิบดีมูลค่า 16,200 ล้านวอน โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของหน่วยอารักขาประธานาธิบดี(Presidential Security Service) มูลค่า 9,800 ล้านวอน และงบประมาณเกี่ยวกับการย้ายหน่วยอารักขาตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับเข้าทำเนียบประธานาธิบดีมูลค่า 4,500 ล้านวอน
ปัญหาการบริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเช่นกัน พรรคพลังประชาชนชี้ว่าสำนักงานบริหารงานบุคคลกลาง(Ministry of Personnel Management) ส่งเสริมให้ประชาชนลงทุนในกองทุนรวมดัชนี (ETF) แต่กลับใช้แนวปฏิบัติภายในจำกัดการลงทุนความเสี่ยงสูงของตนเอง ขณะที่บริหารเงินสำรองมูลค่า 12.5 ล้านล้านวอน
ปัญหาการค้างจ่ายงบประมาณกลาโหมก็ถูกนำมาพิจารณาด้วย พรรคพลังประชาชนระบุว่าจะตรวจสอบอย่างละเอียดกรณีการค้างจ่ายงบประมาณกลาโหมมูลค่า 1.3 ล้านล้านวอนที่เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2025
พรรคพลังประชาชนยังระบุว่าจะตรวจสอบว่ามีโครงการที่เริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 2026 ล่วงหน้าจากงบประมาณปี 2025 โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภาหรือไม่ ประเด็นนี้อาจเชื่อมโยงไปถึงหลักการแยกปีงบประมาณและอำนาจการพิจารณาของรัฐสภา
พรรคพลังประชาชนกล่าวว่า "การพิจารณาปิดบัญชีงบประมาณไม่ใช่พิธีกรรมที่ทำผ่านๆ ไป" พร้อมระบุว่า "จะตรวจสอบความรับผิดชอบของแต่ละโครงการที่มีปัญหาอย่างเข้มงวด และจะเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างโครงการที่ไม่มีผลงานหรือถูกชี้ปัญหาซ้ำซาก เช่น การกันเงินเหลื่อมปีต่อเนื่องทุกปี" การพิจารณาปิดบัญชีงบประมาณครั้งนี้จึงเป็นทั้งกระบวนการตรวจสอบความเหมาะสมของการเบิกจ่ายงบประมาณปีที่แล้ว และเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับการพิจารณางบประมาณฉบับต่อไป
ความคิดเห็น 0