มินิตส์การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) หรือ FOMC ประจำเดือนกรกฎาคม กลับมาถูกตีความในมุม 'hawkish' อีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์มองว่าตลาดไม่ควรอ่านสัญญาณจากความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่ต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน รวมถึงทิศทางของดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐไปพร้อมกัน
สำนักข่าว TechFlow รายงานเมื่อวันที่ 21 เวลา 01.20 น. (เวลาไทย) ว่า ลูอิส หวง (Lewis Huang) หัวหน้านักวิเคราะห์ CFD ของ Bitget กล่าวในการถ่ายทอดสดออนไลน์เมื่อวันก่อนหน้าว่า "มินิตส์ FOMC เดือนกรกฎาคมของเฟดโดยรวมส่งสัญญาณ hawkish ออกมาชัดเจน" คำกล่าวนี้สะท้อนมุมมองที่ว่าแม้เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่หากเงินเฟ้อไม่ลดลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่อง การคุมเข้มเพิ่มเติมหรือแม้แต่การปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งก็ยังเป็นทางเลือกที่เปิดอยู่
เฟดคงกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามแถลงการณ์ FOMC เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ส่วนรายละเอียดผลการลงคะแนนและรายชื่อกรรมการที่โหวตค้าน ยังต้องตรวจสอบจากมินิตส์ฉบับทางการหรือแถลงการณ์ต้นฉบับอีกครั้ง
แถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในอัตราที่มั่นคง การจ้างงานเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตของกำลังแรงงาน แต่เงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ทำให้ประเด็นสำคัญของตลาดไม่ได้อยู่ที่การคงดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การตีความเงื่อนไขเงินเฟ้อและการจ้างงานหลังจากนี้
มุมมองของหวงเชื่อมโยงมาถึงตลาดคริปโตด้วย เพราะสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) มักถูกตีความไปพร้อมกับทิศทางของดอลลาร์สหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และหุ้นกลุ่มเติบโตอย่างดัชนีแนสแด็ก 100 หากความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยอ่อนแรงลง ทั้งการเทรดแบบใช้เลเวอเรจและความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงอาจได้รับผลกระทบไปพร้อมกัน
หวงกล่าวว่าทิศทางตลาดจากนี้ขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานที่จะทยอยประกาศออกมา หากดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) ดัชนีรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล(PCE) และค่าจ้างปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐก็มีโอกาสแข็งค่าขึ้นตาม ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อชะลอตัวพร้อมกับการจ้างงานและการบริโภคที่อ่อนแรงลงพร้อมกัน ความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินก็อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ในการถ่ายทอดสดออนไลน์ หวงยังอธิบายว่าความเชื่อมโยงระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ และราคาทองคำ สามารถนำมาใช้ประเมินความผันผวนของตลาด CFD ได้ พร้อมเตือนว่าความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นทันทีหลังการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งอาจทำให้การเทรดแบบใช้เลเวอเรจมีความเสี่ยงขาดทุนขยายตัวมากขึ้น
CFD เป็นสัญญาอนุพันธ์ที่ไม่ต้องถือครองสินทรัพย์อ้างอิงโดยตรง แต่เป็นการชำระส่วนต่างระหว่างราคาที่เข้าซื้อกับราคาที่ปิดสถานะ เนื่องจากสามารถใช้เลเวอเรจได้ แม้ทิศทางตลาดจะถูกต้อง แต่กำไรขาดทุนก็อาจแกว่งตัวรุนแรงตามขนาดของการเปลี่ยนแปลงราคา
ก่อนหน้านี้ Bitget เคยอธิบายรายละเอียดระบบประมวลผลคำสั่งซื้อขาย CFD สำหรับนักลงทุนสถาบัน โดยเน้นการรองรับคำสั่งขนาดใหญ่ ความถี่สูง และการเชื่อมต่อสภาพคล่องจากภายนอก ทว่าคำกล่าวล่าสุดของหวงเน้นไปที่การตีความตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคและการบริหารความเสี่ยงจากการเทรดแบบใช้เลเวอเรจมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ CFD โดยตรง
หวงระบุว่าจากนี้ตลาดจะจับตาว่าเงินเฟ้อจะเข้าใกล้เป้าหมาย 2% หรือไม่ ควบคู่กับทิศทางการจ้างงาน และปฏิกิริยาของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นกับดอลลาร์สหรัฐ
ความคิดเห็น 0