บิตคอยน์(BTC) นักเทรดช็อร์ตรายใหญ่ลดพอร์ตต่อเนื่องสองวัน จนขาดทุนสะสมทะลุ 3.693 ล้านดอลลาร์ ขณะที่พอร์ตช็อร์ตเลเวอเรจ 40 เท่าที่เหลืออยู่ยังมีขนาด 610.01 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 45.58 ล้านดอลลาร์
เทคโฟลว์ (TechFlow) รายงานโดยอ้างอิงการสังเกตของนักวิเคราะห์ออนเชน อ้ายอี๋ (Ai Yi, @ai_9684xtpa) ว่านักเทรดบนไฮเปอร์ลิควิด (Hyperliquid) ที่ใช้ชื่อบัญชี ‘Trader-DoshiAtoll’ เปิดพอร์ตช็อร์ตบิตคอยน์มูลค่า 85.58 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันที่ 19 (เวลาท้องถิ่น) ก่อนจะเผชิญแรงกดดันจากราคาที่ขยับสวนทาง
วันก่อนหน้านั้น นักเทรดรายนี้ถูกบังคับปิดพอร์ตไป 240 BTC ทำให้ขาดทุน 1.112 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในวันเดียวกันกับที่มีการรายงาน เขาลดพอร์ตเพิ่มอีก 350 BTC และยอมรับผลขาดทุนอีก 2.581 ล้านดอลลาร์
รวมสองรอบ ยอดขาดทุนที่ยืนยันแล้วอยู่ที่ 3.693 ล้านดอลลาร์
อ้ายอี๋ระบุในการสังเกตเดียวกันว่า นักเทรดรายนี้ยังเหลือพอร์ตช็อร์ตเลเวอเรจ 40 เท่าอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของพอร์ตเดิม โดยพอร์ตที่เหลือมีขนาด 610.01 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 45.58 ล้านดอลลาร์
ผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (unrealized loss) ของพอร์ตที่เหลืออยู่ที่ 4.783 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตราการใช้หลักประกัน (margin usage) พุ่งถึง 101%
พอร์ตช็อร์ต คือการเปิดสถานะอนุพันธ์ที่เดิมพันว่าราคาจะลดลง หากราคากลับปรับขึ้น ผลขาดทุนจะยิ่งขยาย และเมื่อขาดทุนเข้าใกล้ระดับหลักประกัน แรงกดดันให้ถูกบังคับปิดพอร์ตหรือต้องลดพอร์ตเองก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เลเวอเรจ 40 เท่า หมายถึงการเปิดพอร์ตที่มีมูลค่าตามสัญญาสูงกว่าหลักประกันที่วางไว้ถึง 40 เท่า นี่คือเหตุผลที่แม้ราคาจะขยับสวนทางเพียงเล็กน้อย ผลกำไรขาดทุนก็ผันผวนรุนแรงได้
กรณีนี้สะท้อนโครงสร้างผลกำไรขาดทุนของพอร์ตอนุพันธ์เลเวอเรจสูง มากกว่าจะบ่งชี้ทิศทางราคาบิตคอยน์โดยรวม การถูกบังคับปิดพอร์ตและการลดพอร์ตเองที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทำให้ยอดขาดทุนที่ยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พอร์ตที่เหลือก็ยังแบกผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้อยู่
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) ระบุว่าพอร์ตช็อร์ตสุทธิของกองทุนเลเวอเรจในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าบิตคอยน์บน CME ลดลง อย่างไรก็ตาม กรณีล่าสุดนี้เป็นข้อมูลผลกำไรขาดทุนของพอร์ตช็อร์ตเลเวอเรจสูงจากบัญชีเทรดรายเดียวบนตลาดแลกเปลี่ยนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะต่างออกไป
พอร์ตเลเวอเรจมีลักษณะต่างจากการถือครองสินทรัพย์แบบสปอต การถือสปอตนั้นผลกำไรขาดทุนจะอิงตามการเปลี่ยนแปลงราคาสินทรัพย์ที่ถืออยู่โดยตรง แต่พอร์ตอนุพันธ์เลเวอเรจสูงจะมีผลกำไรขาดทุนเทียบกับหลักประกันที่ขยายตัวรวดเร็วกว่ามาก
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นสำคัญของกรณีนี้ไม่ใช่การคาดการณ์ทิศทางราคา แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของการเทรดพอร์ตช็อร์ตเลเวอเรจสูง พอร์ตช็อร์ตจะทำกำไรเมื่อราคาลดลง แต่หากราคาปรับขึ้น ทั้งผลขาดทุนและความเสี่ยงถูกบังคับปิดพอร์ตก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ ตัวเลขที่เปิดเผยครั้งนี้เป็นข้อมูลจากการสังเกตพอร์ตบนตลาดแลกเปลี่ยนของนักวิเคราะห์ออนเชนรายหนึ่งเท่านั้น ยังไม่มีการเปิดเผยว่านักเทรดรายนี้มีการป้องกันความเสี่ยงจริงหรือไม่ มีพอร์ตฝั่งตรงข้ามในบัญชีอื่นหรือไม่ หรือมีขนาดสินทรัพย์รวมเท่าใด
ดังนั้นการขาดทุนของบัญชีเดียวจึงยังไม่สามารถใช้อธิบายทิศทางตลาดบิตคอยน์โดยรวมได้ สิ่งที่ยืนยันได้จากกรณีนี้คือ นักเทรดที่เคยเปิดพอร์ตช็อร์ตมูลค่า 85.58 ล้านดอลลาร์ ได้ผ่านการถูกบังคับปิดพอร์ตบางส่วนและลดพอร์ตเอง จนขาดทุนยืนยันแล้วรวม 3.693 ล้านดอลลาร์ และยังเหลือพอร์ตช็อร์ตเลเวอเรจ 40 เท่าขนาด 610.01 BTC อยู่
ความคิดเห็น 0