Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

1.53 ล้านล้านวอน! ต่างชาติเทขายพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีระยะสั้นเดือนนี้

เดือนนี้นักลงทุนต่างชาติเทขายพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้สุทธิ 1.538 ล้านล้านวอน โดยแรงขายกระจุกตัวอยู่ในพันธบัตรรุ่นอายุ 2 ปีและ 3 ปีซึ่งเป็นช่วงอายุปานกลางถึงสั้น ขณะที่พันธบัตรอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปยังคงมีแรงซื้อสุทธิต่อเนื่อง

ข้อมูลจากยอนฮับ อินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) ผู้ให้บริการข้อมูลตลาดตราสารหนี้และอัตราดอกเบี้ย เมื่อวันที่ 21 ระบุว่ายอดขายสุทธิพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ (Korea Treasury Bond: KTB) ของนักลงทุนต่างชาติเดือนนี้อยู่ที่ 1.538 ล้านล้านวอน ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตร KTB มากกว่า 14 ล้านล้านวอนและ 12 ล้านล้านวอนตามลำดับ และเดือนกรกฎาคมยังคงซื้อสุทธิราว 1.5 ล้านล้านวอน แต่เดือนนี้สถานะพลิกกลับมาเป็นฝั่งขายมากกว่าซื้อ

พันธบัตรที่ถูกเทขายมากที่สุดเป็นรุ่นระยะสั้นที่ครบกำหนดไถ่ถอนช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตร KTB รุ่น 25-1 ซึ่งครบกำหนดวันที่ 10 มีนาคมปีหน้า ไปทั้งสิ้น 495,600 ล้านวอน

พันธบัตรรุ่น 23-10 ซึ่งครบกำหนดวันที่ 10 ธันวาคมปีนี้ ถูกขายสุทธิ 490,200 ล้านวอนเช่นกัน ส่วนพันธบัตรรุ่น 26-1 ซึ่งเป็นรุ่นอ้างอิงอายุ 2 ปีในปัจจุบัน ถูกขายสุทธิ 229,200 ล้านวอน

ในตลาดมองว่าแรงจูงใจในการทำ ‘arbitrage’ หรือการเก็งกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง เป็นสาเหตุหนึ่งเบื้องหลังแรงขายพันธบัตรระยะสั้น โดยส่วนต่างสว็อปเบซิส (swap basis) อายุ 1 ปี อยู่ที่ -19.00bp ณ วันก่อนหน้า ซึ่งลดช่วงติดลบลงจากเดิม

ส่วนต่างสว็อปเบซิสคือผลต่างระหว่างสว็อปสกุลเงิน (CRS) กับสว็อปอัตราดอกเบี้ย (IRS) ยิ่งตัวเลขนี้ติดลบมากเท่าไหร่ แรงจูงใจในการทำ arbitrage ก็ยิ่งสูงขึ้น ก่อนหน้านี้ส่วนต่างดังกล่าวขยายตัวติดลบไปถึง -54.50bp เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ก่อนจะเริ่มหดตัวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา

นักค้าตราสารหนี้จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งกล่าวว่า “แรงจูงใจในการทำ arbitrage แย่ลงมาสักพักแล้ว” และเสริมว่า “ตั้งแต่เดือนที่แล้วแรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเน้นหนักไปที่พันธบัตรระยะสั้นเป็นหลัก” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการคำนวณต้นทุนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (FX hedge) เทียบกับผลตอบแทนพันธบัตรของนักลงทุนในช่วงอายุสั้นเปลี่ยนไปจากเดิม

เจ้าหน้าที่จากธนาคารต่างชาติแห่งหนึ่งกล่าวในทำนองเดียวกันว่า “การทำ arbitrage เกือบจะกลายเป็นการขาดทุนจากส่วนต่างดอกเบี้ยแล้ว ต่างชาติจึงถือพันธบัตรระยะสั้นต่อไปไม่ไหว” และระบุว่า “ตอนนี้ดูเหมือนอุปสงค์อุปทานกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน”

ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางเกาหลีใต้ (Bank of Korea) ก็ถูกมองว่าเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการพันธบัตรระยะสั้น นักค้าตราสารหนี้จากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งกล่าวว่า “นอกจากแรงจูงใจในการทำ arbitrage ที่ลดลงแล้ว น่าจะมีผลจากทิศทางนโยบายการเงินด้วย” และกล่าวเสริมว่า “ถ้าระดับอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทิศทางอาจเปลี่ยนได้ แต่ตอนนี้ยังมองว่าไม่มีปัจจัยดึงดูดมากนักในหลายๆ ด้าน”

ขณะที่แนวโน้มพันธบัตรระยะยาวกลับสวนทาง เดือนนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรรุ่นอ้างอิงอายุ 30 ปี หรือรุ่น 26-2 ไปทั้งสิ้น 694,400 ล้านวอน

พันธบัตรรุ่นอ้างอิงอายุ 20 ปี หรือรุ่น 25-9 ถูกซื้อสุทธิ 594,000 ล้านวอน และพันธบัตรรุ่นอ้างอิงอายุ 10 ปี หรือรุ่น 26-6 ถูกซื้อสุทธิ 488,400 ล้านวอน กล่าวได้ว่าเกิดทั้งการลดพันธบัตรระยะสั้นและเพิ่มพันธบัตรระยะยาวไปพร้อมกัน

เจ้าหน้าที่จากธนาคารต่างชาติรายเดิมกล่าวว่า “การที่ต่างชาติขายพันธบัตรระยะสั้นแล้วซื้อพันธบัตรระยะยาว ในมุมของการบริหาร duration ก็ไม่ใช่เรื่องแย่” และว่า “นี่เป็นหลักฐานว่านักลงทุนต่างชาติไม่ได้กำลังถอนตัวออกจากตลาดพันธบัตรเกาหลี” ความเห็นนี้ชี้ว่าการประเมินสถานะนักลงทุนต่างชาติควรแยกพิจารณาตามช่วงอายุพันธบัตร มากกว่าดูจากยอดขายสุทธิรวมเพียงอย่างเดียว

ด้านกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้ (Ministry of Economy and Finance) กำหนดวงเงินประมูลพันธบัตรรัฐบาลเดือนสิงหาคมไว้ที่ 17 ล้านล้านวอน แบ่งตามอายุคือ รุ่น 2 ปี 3.3 ล้านล้านวอน รุ่น 3 ปี 3.6 ล้านล้านวอน รุ่น 5 ปี 3 ล้านล้านวอน รุ่น 10 ปี 3 ล้านล้านวอน รุ่น 20 ปี 400,000 ล้านวอน รุ่น 30 ปี 2.8 ล้านล้านวอน รุ่น 50 ปี 800,000 ล้านวอน และพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ 100,000 ล้านวอน

พันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้เป็นตราสารหนี้ที่รัฐบาลออกเพื่อระดมทุนใช้จ่ายด้านการคลัง โดยพันธบัตรอายุยาวพิเศษมักเคลื่อนไหวไวต่อความต้องการของนักลงทุนระยะยาวอย่างบริษัทประกันและกองทุนบำเหน็จบำนาญ รวมถึงปริมาณการประมูลและแรงซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวพิเศษและทิศทางเงินทุนต่างชาติเป็นตัวแปรที่ต้องติดตามไปพร้อมกัน และเมื่อไม่นานนี้ยังรายงานว่ากระทรวงเศรษฐกิจและการคลังตัดสินใจออกพันธบัตรรัฐบาลเดือนสิงหาคมมูลค่า 17 ล้านล้านวอน

การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์อุปทานพันธบัตรรัฐบาลอาจส่งผลต่อการจัดสรรสินทรัพย์เสี่ยงผ่านช่องทางอัตราดอกเบี้ยวอนและสภาพคล่องในระบบ อย่างไรก็ตาม ราคาบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยการซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลในประเทศเพียงอย่างเดียว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1