ปริมาณการใช้ 'โทเคน' ของ AI เอเจนต์เพิ่มขึ้นถึง 14 เท่านับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสูงกว่าปริมาณการใช้งานของมนุษย์ทั่วไปประมาณ 5 เท่า ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการใช้งาน AI สร้างสรรค์ (Generative AI) กำลังเปลี่ยนจากการสนทนาแบบถามตอบธรรมดา ไปสู่การใช้งานแบบเอเจนต์ที่ลงมือทำงานจริง และทำให้ 'ปริมาณการใช้โทเคน' กลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่กำหนดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
อันดรีสเซน โฮโรวิทซ์ (Andreessen Horowitz) บริษัทเงินทุนร่วมลงทุนชื่อดัง เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในรายงาน 'Charts of the Week' เมื่อวันที่ 21 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงข้อมูลจาก OpenRouter แพลตฟอร์มรวมการเข้าถึงโมเดล AI หลายค่าย ทั้งนี้ โทเคน คือหน่วยข้อความที่โมเดล AI ใช้อ่านและสร้างคำตอบ ถือเป็นหน่วยพื้นฐานที่ใช้คิดค่าบริการ API ของโมเดลและวัดปริมาณการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผล
โดยทั่วไปมนุษย์ใช้งานโมเดล AI ในรูปแบบถาม-ตอบสลับกันไปมา ขณะที่ AI เอเจนต์จะอ่าน เขียน และลงมือทำงานซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ กระบวนการนี้ทำให้ต้องเรียกบริบทเดิมกลับมาใช้ซ้ำ ต่อข้อมูลสถานะการทำงานเข้าด้วยกัน และเรียกใช้งานงานย่อยใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้การใช้โทเคนพุ่งสูงกว่าการใช้งานทั่วไปอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มที่พบใน OpenRouter เท่านั้น ไม่ใช่ขนาดตลาด AI โดยรวมทั้งหมด ถึงกระนั้น เมื่อการใช้งานในรูปแบบเอเจนต์เพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุนก็กลายเป็นโจทย์สำคัญของแพลตฟอร์มต่าง ๆ ด้วย ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า OpenRouter เปิดตัวฟีเจอร์ที่จัดหมวดหมู่คำขอใช้งานโดยอัตโนมัติ แบ่งตามแผนกงาน ประเภทงาน ความซับซ้อนของเอเจนต์ และศูนย์ต้นทุน
ในเกาหลีใต้เอง การขยายตัวของ AI เอเจนต์ก็เชื่อมโยงกับประเด็นต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน ความปลอดภัย และการควบคุมข้อมูลเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost รายงานว่า ไลเนอร์ (Liner) และรีเบลเลียนส์ (Rebellions) เตรียมผลักดันธุรกิจโซลูชัน AI แบบครบวงจรบนชิป NPU สัญชาติเกาหลี โดยทั้งสองบริษัทระบุว่ากำลังหาแนวทางผสานเทคโนโลยี AI เอเจนต์เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเซมิคอนดักเตอร์สำหรับการประมวลผลแบบอนุมาน (Inference) เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน
ความคิดเห็น 0