ตลาดตราสารหนี้เกาหลีใต้เริ่มสะท้อนความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้(Bank of Korea, BOK) จะ ‘ขึ้นดอกเบี้ย’ ในเดือนสิงหาคมไว้ในราคาพันธบัตรไปมากพอสมควรแล้ว ทำให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) เดือนตุลาคมกลายเป็นจุดตัดสินใจถัดไปที่นักลงทุนจับตา มุมมองส่วนใหญ่เชื่อว่าหากขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องทั้งเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม กนง.น่าจะ ‘คงดอกเบี้ย’ ในเดือนตุลาคม แต่ก็มีอีกฝ่ายที่มองว่าแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานอาจผลักดันให้ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องถึง 3 ครั้งติดต่อกัน
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 2.50% เป็น 2.75% หรือเพิ่มขึ้น 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ในการประชุมกนง.เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตามตารางการประชุมกำหนดทิศทางนโยบายการเงินปี 2026 ที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้เผยแพร่บนเว็บไซต์ การประชุมครั้งถัดไปจะมีขึ้นวันที่ 27 สิงหาคมนี้ ตามด้วยวันที่ 22 ตุลาคม และ 26 พฤศจิกายน
ยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax) รายงานเมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงเครื่องมือวิเคราะห์เส้นอัตราผลตอบแทนสวอป ระบุว่าอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าระยะ 3 เดือนที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้ที่โอนสิทธิ์ได้(CD) ประเภท 91 วัน ถูกประเมินไว้ที่ 3.33% สำหรับวันที่ 26 พฤศจิกายน เมื่อพิจารณาว่าอัตราดอกเบี้ย CD มักไม่ห่างจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากนัก ตัวเลขนี้ตีความได้ว่าตลาดได้สะท้อนความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง จากการประชุมทั้งหมด 3 ครั้งในเดือนสิงหาคม ตุลาคม และพฤศจิกายน
อัตราดอกเบี้ย CD 91 วัน ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของตลาดเงินระยะสั้น และถูกใช้เป็นฐานในการคำนวณราคาสวอป สินเชื่อ และตราสารหนี้ ส่วนอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าคือค่าที่แปลงความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ณ จุดเวลาหนึ่งให้เป็นราคาปัจจุบัน แม้จะไม่ตรงกับการตัดสินใจจริงของธนาคารกลางเสมอไป แต่ก็ถูกใช้เป็นดัชนีอ่านมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย
ฝ่ายที่มองว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งติดต่อกันจนถึงเดือนตุลาคม ให้น้ำหนักกับทิศทางเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นหลัก คิม จินอุก(Kim Jin-wook) นักเศรษฐศาสตร์จากซิตี้กรุ๊ป(Citi) ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเทียบปีต่อปีในเดือนสิงหาคมอาจแตะระดับ 3.6% และ ‘แนวโน้มราคาที่แข็งแกร่ง’ เช่นนี้อาจนำไปสู่การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง 3 ครั้ง
มุมมองนี้ทำให้การประชุมเดือนตุลาคมไม่ใช่แค่จุดผ่านทางเฉยๆ แต่ยังเป็นการประชุมที่มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยจริงเหลืออยู่ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าหากธนาคารกลางเกาหลีใต้ส่งสัญญาณว่ายังเปิดทางเลือกนโยบายไว้สำหรับการประชุมเดือนตุลาคม ตลาดตราสารหนี้ก็อาจกลับมาสะท้อนความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนั้นอีกครั้ง
ผู้บริหารด้านตราสารหนี้จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแห่งหนึ่งกล่าวว่า “ถ้ามีการส่งสัญญาณ ‘dot’ ที่ระดับ 3.75% หลายจุด และธนาคารกลางเกาหลีใต้สื่อสารในลักษณะเปิดเพดานบนของอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายไว้ ก็ยากที่จะมั่นใจว่าเดือนตุลาคมจะคงดอกเบี้ยแน่นอน” ความเห็นนี้สะท้อนว่าระดับอัตราดอกเบี้ยสุดท้ายที่เปิดเผยหลังการประชุมกนง. และน้ำหนักคำพูดของผู้ว่าการธนาคารกลาง อาจทำให้การสะท้อนราคาของเดือนตุลาคมเปลี่ยนแปลงได้อีก
ในอีกด้านหนึ่งก็มีความเห็นว่าเดือนสิงหาคมจะคงดอกเบี้ยไว้ก่อน แล้วค่อยขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมแทน คิม ซองซู(Kim Sung-soo) นักวิเคราะห์จากฮันวาอินเวสท์แอนด์ซีเคียวริตี้ส์(Hanwha Investment & Securities) กล่าวว่า “หากเดือนสิงหาคมคงดอกเบี้ยไว้ เดือนตุลาคมกรรมการน่าจะลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ขึ้นดอกเบี้ย” พร้อมเสริมว่า “สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีกครั้งทันที ธนาคารกลางเกาหลีใต้เองก็น่าจะคำนึงถึงจุดนี้ในกระบวนการสื่อสารด้วย” ความเห็นนี้มองต่างจากฝ่ายแรกในเรื่องจังหวะเวลา แต่ยังคงเชื่อว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในที่สุด
ขณะที่อีกฝ่ายให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่หากขึ้นดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคมแล้ว เดือนตุลาคมน่าจะเป็นช่วง ‘พักหายใจ’ หนึ่งรอบ แบบจำลองคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระหว่างธนาคาร(call rate) จากสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า(FRA) ของยอนฮับอินโฟแม็กซ์ ประเมินอัตราดอกเบี้ย ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน ไว้ที่ 3.12%
FRA คือสัญญาที่ตกลงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในอนาคตไว้ล่วงหน้า ตัวเลขดังกล่าวถูกตีความว่าสะท้อนการขึ้นดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อยกว่า 1 ครั้ง จากการประชุมทั้ง 2 ครั้งในเดือนสิงหาคมและตุลาคม
โจ ยงกู(Cho Yong-gu) นักวิเคราะห์จากชินยองซีเคียวริตี้ส์(Shinyoung Securities) กล่าวว่า “หลังจากขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกัน 2 ครั้งในจังหวะที่รวดเร็ว อย่างน้อยควรมีการประชุมหนึ่งครั้งที่คงดอกเบี้ยไว้ เพื่อประเมินผลของการขึ้นดอกเบี้ยที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจทั้งด้านการเติบโตและเงินเฟ้อ ตลอดจนเสถียรภาพทางการเงิน” เขามองว่าอัตราเงินเฟ้อได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในทางปฏิบัติช่วงเดือนมิถุนายน ส่วนในเชิงตัวเลขจะเห็นจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงมาสู่กรอบปลาย 2%
ในตลาดตราสารหนี้เอง ยังมีประเด็นเรื่องภาระการถือสถานะ(position) ในช่วงอายุสั้นด้วย ดีลเลอร์ตราสารหนี้จากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งระบุว่า “ดีลเลอร์สาย prop จำนวนมากมองว่าการถือสถานะช่วงอายุสั้นแบบเอียงไปทาง short มากเกินไปมีความเสี่ยง”
ดีลเลอร์ตราสารหนี้จากบริษัทหลักทรัพย์อีกแห่งอธิบายว่า “ความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยไปถึง 3.25% ภายในเดือนตุลาคม ยังไม่ถูกสะท้อนในราคาตราสารหนี้จริงทั้งหมด” พร้อมกล่าวเสริมว่า “การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสกัดการลุกลามของเงินเฟ้อ ธนาคารกลางเกาหลีใต้ไม่น่าจะตั้งใจให้เป็นวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยที่ชันจนกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจ” ผู้เล่นจากสถาบันต่างชาติอีกรายก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า หากมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนสิงหาคม เดือนตุลาคมก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นช่วงหยุดพัก
ประเด็นถกเถียงครั้งนี้เชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ ที่ตลาดพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 ปีและตราสารหนี้ระยะสั้นเริ่มสะท้อนการรับรู้เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยติดต่อกันในเดือนสิงหาคมไปแล้วบางส่วน ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางเกาหลีใต้มีกำหนดประชุมกำหนดทิศทางนโยบายการเงินครั้งถัดไปในวันที่ 27 สิงหาคมนี้
ความคิดเห็น 0