Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

0.38 คือสัดส่วนกำไร ETH ขณะ BTC เจอแนวต้าน 83,200 ดอลลาร์

สัดส่วนกำไร-ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (unrealized P&L) ของที่อยู่ถือครอง 'อีเธอเรียม(ETH)' รายใหญ่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.38 ขณะที่ 'บิตคอยน์(BTC)' เข้าสู่โซนทดสอบแนวต้านที่ 83,200 ดอลลาร์ กำไรขาดทุนของผู้ถือครองรายใหญ่ การกลับมาซื้อ BTC ของบริษัทจดทะเบียน กระแสคาดเดาการขึ้นเทรดของมีมคอยน์ และโพซิชันในตลาดอนุพันธ์ ถูกพูดถึงพร้อมกันในวันเดียวกันในฐานะปัจจัยตลาด

Odaily รายงานเมื่อวันที่ 25 เวลาประมาณ 10.30 น. (เวลาไทย) ตรงกับ 12.30 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ ผ่านคอลัมน์ 'ซองกูมันชิน(성구만신)' สรุปความเคลื่อนไหวตลาดที่เกี่ยวข้องกับ ETH, BTC, เมทาแพลนเน็ต(3350), Pudgy Penguins(PENGU) และ Pump.fun(PUMP) เนื้อหาเป็นการรวบรวมข้อมูลออนเชน คำชี้แจงของผู้บริหารบริษัท โพซิชันในตลาดอนุพันธ์ และความเคลื่อนไหวราคาโทเคน มากกว่าจะเป็นรายงานเหตุการณ์เดียว

ฝั่ง ETH สัดส่วนกำไร-ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ของที่อยู่ที่ถือครองเกิน 100,000 ETH ขึ้นมาอยู่ที่ 0.38 โทเคนโพสต์เคยรายงานตัวเลขเดียวกันนี้มาก่อน โดยระบุว่ากลุ่มที่ถือครอง 1,000-10,000 ETH อยู่ที่ 0.075 และกลุ่มที่ถือครอง 10,000-100,000 ETH อยู่ที่ 0.16

สัดส่วนกำไร-ขาดทุนที่ยังไม่รับรู้เป็นดัชนีที่เปรียบเทียบมูลค่า ETH ณ ครั้งสุดท้ายที่มีการเคลื่อนย้ายกับมูลค่าปัจจุบัน เพื่อดูสถานะกำไรขาดทุนทางบัญชีของผู้ถือครอง หากค่าเป็นบวก หมายความว่ากลุ่มผู้ถือครองนั้นโดยเฉลี่ยอยู่ในสถานะกำไรทางบัญชี แต่ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะมีการขายหรือซื้อจริง

ฝั่ง BTC มีการพูดถึงสัญญาณการฟื้นตัวระยะสั้นควบคู่กับแนวต้านที่ 83,200 ดอลลาร์ กาแล็กซี รีเสิร์ช(Galaxy Research) ระบุว่า หาก BTC ปิดราคารายสัปดาห์เหนือระดับประมาณ 82,000 ดอลลาร์ได้ อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดขาลงได้สิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตาม การจะทะลุระดับนี้ได้จริงหรือไม่ยังอยู่ในขั้นตอนที่ต้องรอการยืนยัน

ประเด็นการกลับมาซื้อ BTC ของสแตรทีจี(Strategy) ก็ถูกพูดถึงเช่นกัน ผู้เล่นในตลาดรายหนึ่งระบุว่า หากสแตรทีจีกลับมาซื้อ BTC ต่อเนื่องอีกครั้ง จะถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่มีน้ำหนัก ทั้งนี้เป็นเพียงมุมมองที่เฝ้าติดตามการใช้เงินจริงของบริษัท ไม่ใช่คำแนะนำด้านการลงทุน

ฝั่งบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นอย่างเมทาแพลนเน็ต(3350) ไซมอน เกโรวิช(Simon Gerovich) ซีอีโอเมทาแพลนเน็ต ชี้แจงว่า "บริษัทไม่ได้ขายหุ้นของตัวเอง สัดส่วนการถือหุ้นที่ลดลงมาจากการออกหุ้นใหม่ของบริษัท" คำชี้แจงนี้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งว่าวิธีการระดมทุนของบริษัทที่เน้นกลยุทธ์สำรอง BTC ส่งผลต่อสัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมอย่างไร

Pudgy Penguins(PENGU) ปรับตัวขึ้นกว่า 66% ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสคาดเดาเรื่องการขึ้นเทรด ภาพที่ลูกา เนตซ์(Luca Netz) ซีอีโอ Pudgy Penguins โพสต์ จุดกระแสตีความเรื่องความเป็นไปได้ในการขึ้นเทรด แต่ยังไม่มีการยืนยันการยื่นขอหรือกำหนดการที่แน่ชัดแต่อย่างใด

ในตลาดอนุพันธ์ มีทั้งการปิดโพซิชันขนาดใหญ่และการเปิดโพซิชันใหม่เกิดขึ้นพร้อมกัน หวง ลี่เฉิง(Huang Licheng) เปิดโพซิชัน Long Pump.fun(PUMP) ใหม่จำนวน 400 ล้านโทเคน โดยโพซิชัน Long ทั้ง 4 รายการรวมมูลค่าประมาณ 108 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 149,400 ล้านวอน) ขณะที่ที่อยู่ที่เกี่ยวข้องกับ BIT ปิดโพซิชัน Long BTC และ ETH มูลค่า 419 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 579,500 ล้านวอน) ทำกำไรไปได้ 55.095 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 76,200 ล้านวอน)

การตรวจสอบตลาดครั้งนี้รวบรวมปัจจัยที่เกิดขึ้นในวันเดียวกัน ทั้งกำไรขาดทุนของผู้ถือครองรายใหญ่ การลดสัดส่วนหุ้นของบริษัท ความคาดหวังต่อการขึ้นเทรดโทเคน และโพซิชันในตลาดอนุพันธ์ ส่วนผลกระทบที่แต่ละปัจจัยจะมีต่อราคานั้น ยังต้องรอการยืนยันจากข้อมูลและการเปิดเผยเพิ่มเติมต่อไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1