พอร์ตการลงทุนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์(Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ ซื้อหุ้นสเปซเอ็กซ์(SpaceX, SPCX) มูลค่า 15,001-50,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน เมื่อคำนวณจากราคาปิดวันที่ 24 สิงหาคม พบว่าขาดทุนทางบัญชีจากราคาซื้อประมาณ 13.5%
รอยเตอร์(Reuters) รายงานเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ว่าธุรกรรมนี้ปรากฏอยู่ในเอกสารเปิดเผยทรัพย์สินที่ลงนามเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม และเปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ถือเป็นหนึ่งในธุรกรรมซื้อขายหุ้นกว่า 1,000 รายการที่เกิดขึ้นในบัญชีการลงทุนของทรัมป์ในเดือนมิถุนายน
ระบบเปิดเผยทรัพย์สินสาธารณะเป็นกลไกที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ต้องรายงานทรัพย์สินและธุรกรรมการซื้อขายภายในกรอบที่กฎหมายกำหนด มูลค่าธุรกรรมจะถูกเปิดเผยเป็นช่วงตัวเลข ทำให้ไม่สามารถระบุราคาซื้อที่แท้จริงหรือจำนวนหุ้นที่ถือครองได้อย่างชัดเจนจากเอกสารเพียงอย่างเดียว
ตามข้อมูลที่บล็อกบีตส์(BlockBeats) รายงานจากตัวเลขในเอกสารเปิดเผยทรัพย์สิน ราคาซื้อหุ้นอยู่ที่ประมาณ 156.11 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้นสเปซเอ็กซ์ปิดตลาดวันที่ 24 สิงหาคมที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับราคาเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO)
สเปซเอ็กซ์เป็นบริษัทด้านอวกาศและดาวเทียมที่มีอีลอน มัสก์(Elon Musk) เป็นผู้นำ รอยเตอร์รายงานว่าสเปซเอ็กซ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ (IPO) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน โดยมูลค่าบริษัทในวันเข้าตลาดอยู่ที่ประมาณ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าทรัมป์ซื้อหุ้นสเปซเอ็กซ์มูลค่าสูงสุด 50,000 ดอลลาร์สหรัฐหลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยขณะนั้นช่วงมูลค่าที่เปิดเผยอยู่ที่ 15,001-50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และวันที่ซื้อขายตรงกับวันที่ 23 มิถุนายนเช่นกัน
ประเด็นที่ถูกจับตาไม่ใช่ขนาดของธุรกรรม แต่เป็นตัวบริษัทที่ถูกซื้อ เนื่องจากสเปซเอ็กซ์เป็นบริษัทด้านการทหารและอวกาศที่มีสัญญากับรัฐบาลสหรัฐฯ และล่าสุดทรัมป์เพิ่งสั่งการให้ทีมงานเพิ่มจำนวนการปล่อยยานอวกาศเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ
ข้อเท็จจริงที่พอร์ตการลงทุนส่วนตัวของประธานาธิบดีเข้าไปถือหุ้นบริษัทที่อาจได้รับผลจากนโยบายรัฐบาล ทำให้ข้อถกเถียงเรื่องความขัดกันแห่งผลประโยชน์ยังคงดำเนินต่อไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานจากเอกสารเปิดเผยทรัพย์สินหรือรายงานข่าวที่ยืนยันว่าธุรกรรมครั้งนี้เกิดจากคำสั่งโดยตรงของทรัมป์
เดวิส อิงเกิล(Davis Ingle) โฆษกทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์และครอบครัวไม่มีอำนาจสั่งการหรือมีอิทธิพลต่อวิธีการลงทุนของพอร์ตการลงทุน รวมถึงจังหวะการซื้อขาย” พร้อมอธิบายว่าสถาบันการเงินบุคคลที่สามเป็นผู้บริหารพอร์ตของทรัมป์อย่างเป็นอิสระ โดยอ้างอิงดัชนีอย่างชวาบ 1000(Schwab 1000) คำอธิบายนี้ชี้ว่าธุรกรรมดังกล่าวน่าจะเกิดจากกระบวนการลงทุนตามดัชนี มากกว่าการเลือกซื้อหุ้นรายตัวโดยตรง
ถึงกระนั้น ประเด็นเชิงโครงสร้างที่บริษัทซึ่งมีสัญญากับรัฐบาลเข้าไปอยู่ในพอร์ตของประธานาธิบดี ยังคงเป็นประเด็นที่ฝ่ายการเมืองตั้งคำถามต่อไป
เอลิซาเบธ วอร์เรน(Elizabeth Warren) วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ และโรเบิร์ต การ์เซีย(Robert Garcia) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุในจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมว่า มีธุรกรรมซื้อขายหุ้นถึง 3,555 รายการในไตรมาสแรกของปี 2026 และมากกว่า 14,000 รายการนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งปีแรก พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยว่าใครเป็นผู้บริหารการลงทุนและใช้เกณฑ์ใดในการตัดสินใจ
ทั้งสองระบุในจดหมายว่าการซื้อขายหุ้นรายตัวของประธานาธิบดีอาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงเรื่องความขัดกันแห่งผลประโยชน์ และธุรกรรมสเปซเอ็กซ์ครั้งนี้ก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในบริบทเดียวกัน
สำหรับนักลงทุนเกาหลีใต้ ทิศทางอุปสงค์-อุปทานของหุ้นสเปซเอ็กซ์หลังเข้าตลาดและการติดตามเอกสารเปิดเผยทรัพย์สินยังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติเกาหลีใต้(National Pension Service) เองก็ถือหุ้นสเปซเอ็กซ์ 3.5 ล้านหุ้น ณ สิ้นไตรมาสสองเช่นกัน
ประเด็นนี้ไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับตลาดคริปโท แต่เนื่องจากเป็นกรณีที่ทรัมป์ อีลอน มัสก์ บริษัทที่มีสัญญากับรัฐบาล และธุรกรรมในตลาดเปิดมาบรรจบกัน จึงถูกพูดถึงในกรอบข้อถกเถียงเรื่องความขัดกันแห่งผลประโยชน์ในแวดวงการเมืองสหรัฐฯ ต่อไป
ความคิดเห็น 0