บริษัทลงทุนเวนเจอร์แคปิตอล a16z (Andreessen Horowitz) ยื่นข้อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) เรียกร้องให้ทบทวนเกณฑ์การจัดประเภททางกฎกติกาของ 'หลักทรัพย์โทเคน' (tokenized securities) และ 'สัญญาถาวร' (perpetual contracts) ใหม่ทั้งระบบ
ในเอกสารความเห็นที่ยื่นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) a16z ระบุว่าเกณฑ์ที่ใช้แยก 'สวอป' (swap) กับ 'สวอปอิงหลักทรัพย์' (security-based swap) ควรพิจารณาจาก 'การพึ่งพาคู่สัญญา' ไม่ใช่จากว่าสินค้านั้นอ้างอิงอะไร เอกสารฉบับนี้เป็นความเห็นต่อหมายเลขไฟล์ SEC S7-2026-21, SEC RIN 3235-AN79 และ CFTC RIN 3038-AF71
SEC และ CFTC เปิดรับฟังความเห็นร่วมกันตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน เกี่ยวกับนิยามเพิ่มเติมของสวอปและสวอปอิงหลักทรัพย์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้ 'มาตรการปฏิบัติตามทดแทน' (substituted compliance) หน้าเว็บของ SEC ระบุว่าประกาศลงราชกิจจานุเบกษา (Federal Register) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน และปิดรับความเห็นวันที่ 24 สิงหาคม ขณะที่เอกสารของ a16z ลงวันที่ 26 สิงหาคม
ใจความหลักของ a16z คือไม่ควรนำเครื่องมือทางการเงินบนเชน (on-chain) ทั้งหมดไปรวมอยู่ภายใต้กรอบ 'อนุพันธ์' บริษัทมองว่าบุคคลภายนอกควรสร้างสินค้าโทเคนที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต้นทางได้โดยไม่ต้องมีผู้ออกหลักทรัพย์เข้าร่วม และสินค้านี้อาจถูกจัดเป็น 'หลักทรัพย์' แทนที่จะเป็นสวอปหรือสวอปอิงหลักทรัพย์ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและวิธีทำงาน
เหตุผลรองรับมีสองข้อ ข้อแรก สินค้าดังกล่าวอาจมีลักษณะเป็นหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ (note) ข้อสอง อาจมองเป็นสัญญาซื้อขายแบบเลื่อนกำหนด (delayed sale contract) ที่ตั้งอยู่บนการส่งมอบหลักทรัพย์ต้นทางจริง a16z ระบุว่าการจัดประเภทลักษณะนี้สำคัญต่อการย้ายตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ขึ้นเชน
a16z ระบุว่า ณ ปี 2026 สินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล (regulated AUM) ของบริษัทมีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินทุนที่มีข้อผูกพันในกองทุนคริปโตอยู่ที่กว่า 9,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทระบุว่าสายคริปโตเน้นลงทุนในโปรโตคอลและแอปพลิเคชันที่เปิดทางให้ออก ซื้อขาย และชำระราคาสินค้าทางการเงินบนเชนได้
สำหรับ 'สัญญาถาวรอิงหุ้น' (equity-linked perpetual) a16z เสนอแนวทางแยกต่างหาก โดยระบุว่าสัญญาถาวรที่ชำระด้วยเงินสดและอ้างอิงหลักทรัพย์หุ้น ควรจัดเป็น 'ฟิวเจอร์สหลักทรัพย์' (security futures) ได้ พร้อมเสนอให้ปรับกฎฟิวเจอร์สหลักทรัพย์ให้รองรับสัญญาที่ไม่มีวันครบกำหนด และใช้มาตรการปฏิบัติตามทดแทนในส่วนที่กฎของ SEC กับ CFTC ทับซ้อนกัน
ก่อนหน้านี้ CFTC อนุมัติสัญญาถาวรอิงราคาสปอตบิตคอยน์(BTC) ของคาลชี เอ็กซ์ (KalshiEX) ให้เป็นสัญญาฟิวเจอร์สเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พร้อมออกแถลงการณ์นโยบายเรื่องการจดทะเบียนสัญญาถาวรในวันเดียวกัน โดย CFTC ระบุว่าโครงสร้างสัญญาถาวรไม่เหมาะกับสินทรัพย์ทุกประเภท และสินทรัพย์ที่ยังไม่ถูกกล่าวถึงในคำสั่งควรผ่านกระบวนการพิจารณาล่วงหน้าก่อน
ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับการถกเถียงก่อนหน้าที่ระบุว่า การจัดวางสัญญาถาวรไว้ในหมวดฟิวเจอร์ส สวอป หรือสวอปอิงหลักทรัพย์คือประเด็นหลักที่ต้องชี้ขาด เมื่อ CFTC วางแนวทางตรวจสอบเป็นรายสินทรัพย์รายกรณีไปแล้ว จึงยังสรุปไม่ได้ว่าการตีความสัญญาถาวรคริปโตจะนำไปสู่การอนุมัติอัตโนมัติสำหรับสินค้าอิงหุ้นด้วย
a16z เองก็ไม่ได้เปิดขอบเขตข้อเสนอไว้กว้างจนเกินไป โดยระบุชัดว่าแนวคิดเรื่อง 'ตราสารหนี้โทเคน' ตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ต้องไม่มีเลเวอเรจและมีหลักประกันครบเต็มจำนวนเท่านั้น ส่วนฟังก์ชันผู้ดูแลสภาพคล่อง (market maker) การสลับหลักประกัน การบริหารความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสถานะ และการลดความเสี่ยงจากแพลตฟอร์ม ยังต้องพิจารณาแยกต่างหาก
ความเห็นจากภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ดีวายดีเอ็กซ์ แล็บส์ (dYdX Labs) ระบุว่าความไม่ชัดเจนของกฎเกณฑ์ฉุดรั้งนวัตกรรมและการระดมทุนในสหรัฐฯ พร้อมผลักดันให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศ ด้านสถาบันนโยบายโซลานา (Solana Policy Institute) มองไปในทิศทางเดียวกันว่าการไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนในสหรัฐฯ ทำให้ตลาดสัญญาถาวรย้ายฐานไปต่างประเทศ
ในอีกด้านหนึ่ง ออนโด ไฟแนนซ์ (Ondo Finance, ONDO) เห็นว่ากรอบสินค้าฟิวเจอร์สหลักทรัพย์ที่มีอยู่เดิมสามารถใช้กับสัญญาถาวรชำระเงินสดที่อิงหุ้นเดี่ยวได้อยู่แล้ว ขณะที่แนสแด็ก (Nasdaq) และซีเอ็มอี กรุ๊ป (CME Group) เห็นพ้องว่าจำเป็นต้องมีความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์ แต่ระบุว่ามาตรการปฏิบัติตามทดแทนควรจำกัดอยู่เฉพาะขอบเขตที่ให้ผลลัพธ์ทางกำกับดูแลใกล้เคียงกันจริง ๆ เท่านั้น โดยซีเอ็มอี กรุ๊ป ย้ำว่ามาตรการนี้ไม่ควรกลายเป็นช่องทางเขียนอำนาจตามกฎหมายขึ้นใหม่
ขณะที่เบตเตอร์ มาร์เก็ตส์ (Better Markets) คัดค้าน โดยชี้ว่า SEC และ CFTC มีกฎที่นิยามสวอปกับสวอปอิงหลักทรัพย์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องออกกฎแยกสำหรับ 'สัญญาอิงเหตุการณ์' (event contracts) อีก
ข้อเสนอครั้งนี้มีนัยต่อนักลงทุนไทยในแง่ที่สะท้อนทิศทางการวางระบบตลาดหลักทรัพย์บนเชนและตลาดสัญญาถาวรของสหรัฐฯ ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เอกสารนี้ยังเป็นเพียงความเห็นที่ยื่นเข้าสู่กระบวนการรับฟัง ไม่ใช่กฎที่มีผลบังคับ ส่วนคุณภาพหลักประกันของสินค้าโทเคน ความน่าเชื่อถือของโค้ด และความเสี่ยงจากแพลตฟอร์ม จะถูกกำหนดไว้อย่างไรในตัวบทกฎหมายจริง ยังต้องติดตามกันต่อไป
ความคิดเห็น 0