Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เงินสด 6,690 ล้านดอลลาร์ สแตรทีจียันไม่ขายบิตคอยน์

นั่งบนเก้าอี้บนเวที พร้อมโบกมือขณะพูด / TokenPost.Ai

ไมเคิล เซย์เลอร์(Michael Saylor) ประธานบริษัทสแตรทีจี(MSTR) ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าบริษัทอาจต้องขายบิตคอยน์(BTC) เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านการระดมทุน โดยระบุว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ซื้อหรือขาย BTC แต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็เพิ่มสภาพคล่องเงินดอลลาร์ด้วยการขายหุ้นสามัญแทน

เซย์เลอร์กล่าวว่าฐานะการเงินของบริษัทยังแข็งแกร่งและมีสภาพคล่องเพียงพอ จึงไม่มีความจำเป็นต้องขายสินทรัพย์คริปโตเพื่อชำระหนี้หรืออุดช่องว่างเงินทุน ตามรายงานของคอยน์เทเลกราฟ(Cointelegraph) เขายังระบุด้วยว่าบริษัทมีเงินทุนรองรับการระดมทุนและชำระคืนหนี้อย่างเพียงพอ ทำให้แรงกดดันด้านการรีไฟแนนซ์มีจำกัด

ตามเอกสารแบบ 8-K ที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) สแตรทีจีไม่ได้ซื้อหรือขาย BTC ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม โดย ณ วันที่ 23 บริษัทถือครอง BTC รวม 840,447 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าต้นทุนรวม 63,360 ล้านดอลลาร์ ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,385 ดอลลาร์ต่อ BTC

คำชี้แจงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รูปแบบการบริหารเงินทุนของสแตรทีจีกำลังเปลี่ยนไป โดยในเอกสารฉบับเดียวกัน บริษัทระบุว่าได้ขายหุ้นสามัญจำนวน 18,261,118 หุ้น ทำให้ได้เงินทุนสุทธิ 2,006.5 ล้านดอลลาร์

เงินทุนส่วนหนึ่งจำนวน 136.4 ล้านดอลลาร์ถูกนำไปใช้ซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC ส่วนอีก 300 ล้านดอลลาร์ถูกโอนเข้าบัญชีสำรองเงินดอลลาร์ ที่เหลือถูกจัดสรรเข้าบัญชีใหม่ที่ชื่อว่า 'USD Cash'

ณ วันที่ 23 สิงหาคม บัญชี USD Reserve ของสแตรทีจีมีมูลค่า 5,100 ล้านดอลลาร์ และบัญชี USD Cash มีมูลค่า 1,590 ล้านดอลลาร์ เมื่อรวมสองบัญชีแล้ว สภาพคล่องเงินดอลลาร์ทั้งหมดของบริษัทอยู่ที่ 6,690 ล้านดอลลาร์

บริษัทระบุว่า USD Reserve มีไว้รองรับการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยหนี้สิน ขณะที่ USD Cash เป็นบัญชีสภาพคล่องแยกต่างหาก ที่สามารถนำไปใช้ซื้อ BTC เพิ่ม จ่ายเงินปันผลหรือดอกเบี้ย ซื้อคืนหุ้นของบริษัทเองหรือหุ้นบุริมสิทธิ รวมถึงชำระคืนหุ้นกู้แปลงสภาพ

ข้อถกเถียงเกี่ยวกับสแตรทีจีเชื่อมโยงกับคำถามเรื่องความยั่งยืนของโมเดล 'บริษัทคลังสำรองบิตคอยน์' เนื่องจากบริษัทถือครอง BTC ระยะยาว พร้อมระดมทุนผ่านหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นกู้แปลงสภาพ ทำให้ทั้งราคา BTC และสภาวะตลาดทุนส่งผลต่อกลยุทธ์การเงินของบริษัทไปพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้ เซย์เลอร์เคยให้สัมภาษณ์กับคอยน์เดสก์(CoinDesk) ว่าหลังการปรับโครงสร้าง STRC บริษัทควรถือเงินดอลลาร์สภาพคล่องมากขึ้น และควรมีความสามารถซื้อขายได้ทั้ง BTC และหุ้นบุริมสิทธิทั้งสองทาง โดยเขาระบุว่า “บริษัทควรขายบิตคอยน์ได้พอ ๆ กับที่ซื้อได้” คำพูดนี้สะท้อนแนวทางบริหารสภาพคล่องที่ยืดหยุ่นขึ้นกว่าเดิม

คำพูดดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขัดกับภาพลักษณ์ 'ไม่ขายบิตคอยน์' ที่บริษัทเคยสร้างไว้ในอดีต ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่ามีกระแสข่าวเรื่องสแตรทีจีอาจขาย BTC มูลค่าสูงสุดถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว บริษัทไม่ได้ลดปริมาณ BTC ที่ถือครองลงเลยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสามารถในการรับมือด้านเงินสดผ่านการออกหุ้นใหม่ พร้อมกับซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC ควบคู่กันไป

รายงานของ TokenPost ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าสแตรทีจีเปิดเผยผ่านเอกสารแบบ 8-K ว่าถือครอง BTC จำนวน 840,447 เหรียญ พร้อมต้นทุนรวมทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกับการเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ โดยต้นทุนเฉลี่ยและปริมาณการถือครองที่เคยเปิดเผยไว้ยังคงเท่าเดิมในเอกสารฉบับล่าสุดที่อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม

อย่างไรก็ตาม การซื้อหรือขาย BTC ในอนาคตของสแตรทีจียังต้องรอการยืนยันผ่านเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐต่อไป โดยเอกสารแบบ 8-K ของบริษัทระบุไว้ว่าข้อความเกี่ยวกับแผนในอนาคตและสภาวะตลาดอาจเปลี่ยนแปลงไปจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1