บัญชีเทรดของหวงลี่เฉิง (Huang Licheng) นักเทรดคริปโตชาวไต้หวัน บนแพลตฟอร์มไฮเปอร์ลิควิด (Hyperliquid) พุ่งขึ้นจากระดับต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์หลังถูกบังคับปิดสถานะเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) ไปแตะระดับสูงสุดที่ 12.1 ล้านดอลลาร์ในเวลาต่อมา แม้กำไรระยะสั้นจะเพิ่มขึ้นมาก แต่บัญชีเดียวกันนี้ยังมี 'ขาดทุนสะสม' ค้างอยู่ถึง 26.12 ล้านดอลลาร์
PANews รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลออนเชนจาก HypurrScan ว่ากำไรปัจจุบันของบัญชีหวงลี่เฉิงอยู่ที่ประมาณ 10.5 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นผลตอบแทนราว 175 เท่า ขณะที่ยอดขาดทุนของบัญชีลดลงจากระดับสูงสุดล่าสุดที่ประมาณ 36.64 ล้านดอลลาร์ เหลือ 26.12 ล้านดอลลาร์
หวงลี่เฉิงถือสถานะ 'ลอง' (long) แบบเลเวอเรจสูงในบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เป็นหลัก มูลค่าตามสัญญา (notional value) ของทั้ง 4 สถานะรวมกันสูงกว่า 108 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้ ETH และ BTC คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90%
สถานะลอง ETH มีมูลค่าประมาณ 56.04 ล้านดอลลาร์ ใช้เลเวอเรจ 25 เท่า ส่วนสถานะลอง BTC มีมูลค่าประมาณ 44.86 ล้านดอลลาร์ ใช้เลเวอเรจ 40 เท่า
เมื่อคำนวณเลเวอเรจรวมของบัญชีนี้อยู่ที่ประมาณ 10.3 เท่า นั่นหมายความว่าเงินทุนในบัญชีราว 10.5 ล้านดอลลาร์ กำลังค้ำสถานะที่มีมูลค่ารวมกว่า 108 ล้านดอลลาร์เอาไว้
กำไรที่ยังไม่รับรู้ (unrealized profit) ของทั้ง 4 สถานะรวมกันอยู่ที่ประมาณ 1,874,000 ดอลลาร์ โดยสถานะ ETH เพียงสถานะเดียวคิดเป็น 1,319,000 ดอลลาร์ และสถานะเดียวกันนี้ยังมีค่าธรรมเนียมฟันดิง (funding fee) เกิดขึ้นราว 237,000 ดอลลาร์
สถานะลองที่ใช้เลเวอเรจสูงจะช่วยขยายกำไรเมื่อราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่คาดไว้ แต่หากราคากลับทิศ ขาดทุนก็ขยายตัวได้รวดเร็วเช่นกัน วิธีเทรดของหวงลี่เฉิงมีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งที่เรียกว่า 'โรลลิ่งลอง' (rolling long) คือไม่ถอนกำไรที่ยังไม่รับรู้ออกมา แต่นำไปใช้เป็นหลักประกันเพิ่มเพื่อขยายขนาดสถานะต่อไปเรื่อยๆ
ในการเทรดอนุพันธ์ 'มูลค่าตามสัญญา' หมายถึงขนาดรวมของสถานะที่ใหญ่กว่าหลักประกันจริงที่วางไว้ ยิ่งเลเวอเรจสูงเท่าไหร่ ราคาที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยก็ยิ่งทำให้กำไรขาดทุนเทียบกับหลักประกันผันผวนมากขึ้น และหากหลักประกันไม่เพียงพอ เอ็กซ์เชนจ์ก็มีสิทธิ์บังคับปิดสถานะได้ทันที
เหตุผลที่กำไรครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะประวัติการถูกบังคับปิดสถานะที่ผ่านมาของหวงลี่เฉิง PANews ระบุว่าตลอดช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา หวงลี่เฉิงถูกบังคับปิดสถานะไปแล้วประมาณ 500 ครั้ง และเคยมียอดขาดทุนสะสมสูงถึงราว 80 ล้านดอลลาร์ในบางช่วง
หวงลี่เฉิงเป็นที่รู้จักในฐานะนักเทรดที่เน้นสถานะลอง ETH เป็นหลักมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าหวงลี่เฉิงเคยขายทิ้ง NFT ของ Bored Ape Yacht Club แบบขาดทุน เพื่อพยุงสถานะลอง ETH ของตัวเองไว้
ไฮเปอร์ลิควิดเป็นระบบนิเวศการเทรดอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์บนเชน ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะทำให้สถานะและกำไรขาดทุนของบัญชีขนาดใหญ่ถูกเปิดเผยแบบเกือบเรียลไทม์ ทำให้สถานะอนุพันธ์ของกระเป๋าเงินรายใหญ่บนไฮเปอร์ลิควิดถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงตรวจสอบตลาดอยู่บ่อยครั้ง
หวงลี่เฉิงเคยโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียไว้ว่า "I never lose, I either win or I get liquidated" ซึ่งสะท้อนสไตล์การเทรดของเขาที่เลือกจะ 'ทำกำไรหรือไม่ก็ถูกบังคับปิดสถานะ' มากกว่าจะตัดขาดทุนด้วยตัวเอง
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่ากำไรขาดทุนของบัญชีขนาดใหญ่บนเอ็กซ์เชนจ์อนุพันธ์แบบออนเชนสามารถเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วเพียงใด การที่กำไรระยะสั้นพุ่งขึ้นอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินผลการเทรดโดยรวมได้ และยังตอกย้ำว่าสถานะที่ใช้เลเวอเรจสูงมีความเปราะบางต่อความผันผวนของตลาดอยู่เสมอ
ความคิดเห็น 0