บิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 81,255 ดอลลาร์ ก่อนร่วงลงมาที่ 78,600 ดอลลาร์ และกลับขึ้นมายืนเหนือแนว 79,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ขณะที่ยอดคงค้างสัญญาอนุพันธ์ (Open Interest) ทั่วตลาดพุ่งแตะ 140,900 ล้านดอลลาร์ สะท้อนโครงสร้างตลาดที่ยังเสี่ยงต่อแรง 'บังคับปิดสถานะ' (liquidation) หากราคาผันผวนรุนแรงขึ้นอีก
Bitcoin.com News รายงานเมื่อวันที่ 25 (เวลาสหรัฐฯ) ว่า BTC ร่วงลงไปแตะ 78,600 ดอลลาร์ในช่วงเช้า ก่อนฟื้นตัวกลับมาซื้อขายในกรอบ 79,000 ดอลลาร์ปลายๆ ณ เวลา 01.45 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ของวันที่ 26 ขณะเดียวกันดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) ยังคงยืนอยู่ที่ระดับ 74 ในช่วงเวลาเดียวกัน
ดัชนีความกลัวและความโลภยิ่งเข้าใกล้ 0 ยิ่งสะท้อนความกลัว และยิ่งเข้าใกล้ 100 ยิ่งสะท้อนความโลภของนักลงทุน การที่ดัชนียังยืนอยู่ในระดับสูงแม้ราคาจะย่อตัวลง ถูกตีความว่าแรงขายที่เกิดขึ้นยังไม่ได้ฉุดความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวมให้อ่อนแอลงตามไปด้วย
ความเคลื่อนไหวของราคาครั้งนี้ถูกจับตาที่ 'ความผันผวน' มากกว่าการกลับมายืน 79,000 ดอลลาร์เพียงอย่างเดียว เพราะไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น BTC เพิ่งไต่ขึ้นไปแตะ 81,255 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม
หลังพุ่งขึ้นแรง ราคาก็ร่วงกลับลงมาเช่นกัน โดยส่วนต่างระหว่างจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดอยู่ที่ 2,655 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลจากแรงขายทำกำไรระยะสั้นผสมกับการปรับสถานะเลเวอเรจในตลาด
ในฝั่งตลาดอนุพันธ์ ยอดคงค้างสัญญา (Open Interest) ถูกยกให้เป็นตัวชี้วัดสำคัญ ซึ่งหมายถึงมูลค่าสัญญาฟิวเจอร์สและออปชันที่ยังไม่ถูกปิดหรือชำระในตลาด
ยอดคงค้างสัญญาไม่ใช่ตัวชี้วัดที่บ่งบอกทิศทางราคาที่แน่นอน แต่เป็นเงื่อนไขที่อาจขยายขนาดการบังคับปิดสถานะเมื่อราคาเคลื่อนไหวไปทางใดทางหนึ่งอย่างรุนแรง ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยอธิบายไว้ว่าการเพิ่มขึ้นของสถานะคงค้างไม่ใช่ตัวชี้วัดทิศทางราคา แต่เป็นดัชนีเสริมที่สะท้อนระดับการมีส่วนร่วมของตลาด
บริษัทวิเคราะห์ DXT Calls and Tools ระบุว่าสิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่ตัวเลขราคากลมๆ แต่เป็น 'โซนสภาพคล่องหนาแน่น' โดยชี้ว่ามีสถานะขาย (short) ใหม่กระจุกตัวอยู่ในบางช่วงราคา ขณะที่คำสั่งซื้อสถานะซื้อ (long) หนาแน่นอยู่ในช่วง 77,300-78,000 ดอลลาร์
หากราคาสามารถกลับขึ้นไปแตะโซนที่มีสถานะขายหนาแน่นได้ แรงบังคับปิดสถานะขาย (short liquidation) ก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากราคาร่วงกลับลงต่ำกว่า 79,000 ดอลลาร์อีกครั้ง สถานะซื้อในช่วง 77,300-78,000 ดอลลาร์ก็อาจเผชิญแรงกดดันให้ถูกบังคับปิดสถานะเช่นกัน ตามการวิเคราะห์ดังกล่าว
การบังคับปิดสถานะ (liquidation) คือขั้นตอนที่ตลาดแลกเปลี่ยนบังคับปิดสถานะการซื้อขายที่ใช้เลเวอเรจ เมื่อหลักประกันของนักลงทุนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด Bitcoin.com News รายงานว่ายอดการบังคับปิดสถานะในรอบ 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นถึง 128%
นอกจากนี้ยังมีรายงานการเทขายของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (whale) โดย Bitcoin.com News ระบุว่านักลงทุนรายใหญ่เทขาย BTC ออกมารวมมูลค่าราว 2,000 ล้านดอลลาร์
ด้านความเชื่อมั่นของตลาด มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นเช่นกัน อาเรีย นากะ (Aria Naka) นักวิเคราะห์ โพสต์ผ่าน X ว่า "โครงสร้างตลาดในตอนนี้น่าสนใจ เพราะตลาดกำลังเข้าใกล้โซนจิตวิทยาสำคัญอีกครั้ง" ความเห็นนี้สะท้อนมุมมองที่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
เขามองว่าโครงสร้างราคาและจิตวิทยาฝูงชนมักเคลื่อนไหวไม่พร้อมกัน กล่าวคือราคามักขยับก่อน แล้วความเชื่อมั่นจึงตามมาทีหลัง ทำให้ในช่วงที่ความผันผวนสูงเช่นนี้ การตัดสินทิศทางตลาดจากพาดหัวข่าวเพียงอย่างเดียวจึงทำได้ยาก
สำหรับนักลงทุน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำว่าต้องติดตามทั้งราคาในตลาดจริงและตัวชี้วัดฝั่งอนุพันธ์ควบคู่กัน แม้ BTC จะกลับมายืนเหนือ 79,000 ดอลลาร์ได้ แต่ยอดคงค้างสัญญาที่ 140,900 ล้านดอลลาร์ และดัชนีความกลัวและความโลภที่ระดับ 74 ยังบ่งชี้ว่าความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจในตลาดยังไม่หายไป
ความคิดเห็น 0