Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เบอร์รีถือชอร์ตกว่า 21% ของพอร์ต ซื้อคอลออปชันเอ็นวิเดีย(NVDA) เฮดจ์ความเสี่ยง

มือที่วางเครื่องคิดเลขและโน้ตกราฟราคาหุ้น / TokenPost.ai

ไมเคิล เบอร์รี(Michael Burry) ผู้ก่อตั้งไซออน แอสเซท แมเนจเมนท์ (Scion Asset Management) เพิ่มสถานะขาย ‘ชอร์ต’ ในหุ้นเอ็นวิเดีย(NVDA), ออราเคิล(ORCL), พาแลนเทียร์(PLTR), นีเบียส(NBIS) และแคทเธอร์พิลลาร์(CAT) โดยสัดส่วนการชอร์ตหุ้น (ไม่รวมพุตออปชัน) ในพอร์ตของเขาพุ่งขึ้นเกิน 21% แล้ว ตามรายงาน

เบอร์รีเปิดเผยเรื่องนี้ในโพสต์บนซับสแตก(Substack) หัวข้อ ‘Trading Post August 26, 2026 - Nvidia, Friends, and the Rebel Alliance’ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม (เวลาสหรัฐ) โดยระบุว่าเขาเพิ่มทั้งสถานะซื้อ (ลอง) และสถานะขาย (ชอร์ต) ในพอร์ตพร้อมกัน ด้าน StockTwits อ้างอิงข้อมูลเปิดเผยชุดเดียวกันรายงานว่าสัดส่วนชอร์ตหุ้นของเบอร์รีทะลุ 21% แล้ว

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดอยู่ที่สถานะในเอ็นวิเดีย เพราะแม้เบอร์รีจะเพิ่มชอร์ตหุ้นเอ็นวิเดีย แต่ในเวลาเดียวกันก็ซื้อ ‘คอลออปชัน’ ที่จะหมดอายุเดือนธันวาคมเข้าพอร์ตด้วย เขาอธิบายว่าดีลนี้คือการ “เฮดจ์” ความเสี่ยง

คอลออปชันคือสิทธิ์ในการซื้อหุ้นตามราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า นักลงทุนที่ถือสถานะชอร์ตพร้อมกับถือคอลออปชันไปด้วยจะสามารถจำกัดผลขาดทุนบางส่วนได้ หากราคาหุ้นพุ่งกะทันหันจากผลประกอบการหรือข่าวดีที่ไม่คาดคิด ด้วยเหตุนี้จึงยากที่จะมองว่าดีลครั้งนี้เป็นการเดิมพันทิศทางเดียวว่าราคาเอ็นวิเดียจะร่วงลงเท่านั้น

ข้อกังวลหลักของเบอร์รีไม่ได้อยู่ที่ผลประกอบการของเอ็นวิเดียเอง แต่อยู่ที่คำถามว่าผลตอบแทนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะยั่งยืนไปได้นานแค่ไหน ในโพสต์ก่อนหน้านี้เขาระบุว่าการที่ลูกค้าของเอ็นวิเดียกระจุกตัว ห่วงโซ่อุปทานที่ออกแบบเฉพาะ และสัญญาสั่งซื้อล่วงหน้ามูลค่า 1.82 แสนล้านดอลลาร์ อาจเพิ่มความเปราะบางให้กับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรม AI ทั้งระบบ

การเปิดเผยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม เบอร์รีเคยเตือนผ่านซับสแตกว่าจุดสูงสุดใหม่ของดัชนี S&P500 อาจนำไปสู่ ‘การร่วงแบบปี 1987’ และในวันที่ 6 สิงหาคม เขาเปิดเผยสถานะชอร์ตในนีเบียสและออราเคิล พร้อมเปรียบเทียบดีลดังกล่าวว่าเป็นเหมือน “การยิงปลาในถัง” (shooting fish in a barrel)

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่เบอร์รีขยายการเดิมพันขาลงต่อหุ้นกลุ่ม AI รวมถึงเอ็นวิเดียมาอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงหลังเขาเลือกเปิดเผยสถานะบางส่วนผ่านซับสแตกโดยตรง มากกว่าจะรอเปิดเผยผ่านแบบฟอร์ม 13F เพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม การตีความจากเอกสารเปิดเผยข้อมูลมีข้อจำกัดชัดเจน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ระบุแนวทางว่าไม่จำเป็นต้องรวมสถานะชอร์ตไว้ในแบบฟอร์ม 13F ขณะที่แบบฟอร์ม 13F ฉบับล่าสุดของไซออน แอสเซท แมเนจเมนท์ ยื่นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม โดยอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน

ด้วยเหตุนี้ ความเคลื่อนไหวของพอร์ตในวันที่ 26 สิงหาคม จึงไม่สามารถประกอบภาพขึ้นใหม่ได้จากแบบฟอร์ม 13F เพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาควบคู่กับโพสต์ที่เบอร์รีเปิดเผยด้วยตัวเองและรายงานข่าวที่ตามมา เพราะ 13F เป็นเพียงข้อมูลย้อนหลังที่แสดงสถานะหุ้นและออปชันบางส่วนของนักลงทุนสถาบัน ณ สิ้นไตรมาส ไม่ใช่บันทึกสถานะชอร์ตแบบเรียลไทม์

หัวข้อรองของโพสต์ระบุว่า ‘Added to Longs and Shorts, with One New Position’ แต่จากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าสถานะใหม่นี้คืออะไร สิ่งที่ยืนยันได้ในตอนนี้มีเพียงการเพิ่มชอร์ตในเอ็นวิเดีย ออราเคิล พาแลนเทียร์ นีเบียส และแคทเธอร์พิลลาร์ พร้อมกับการซื้อคอลออปชันเอ็นวิเดีย

สำหรับนักลงทุนไทย เรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผลประกอบการของเอ็นวิเดียเพียงบริษัทเดียว เพราะชิป AI งบลงทุนของกลุ่มคลาวด์ การลงทุนศูนย์ข้อมูล รวมถึงความต้องการด้านพลังงานและอุปกรณ์ ล้วนเป็นเสาหลักที่ค้ำมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐในภาพรวมมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานถึงแรงกดดันต่อกระแสเงินสดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากการลงทุน AI ที่ขยายตัว

ปฏิกิริยาของตลาดก็ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด StockTwits รายงานว่าอารมณ์ของนักลงทุนรายย่อยต่อเอ็นวิเดียยังคงเป็นบวก เช่นเดียวกับพาแลนเทียร์และแคทเธอร์พิลลาร์ที่มีความเชื่อมั่นเชิงบวกค่อนข้างสูงเช่นกัน

ราคาหุ้นที่ตอบสนองก็ยังจำกัด ไม่ถึงขั้นเปลี่ยนทิศทางแนวโน้มทันทีจากการเปิดเผยสถานะของเบอร์รี StockTwits ระบุว่าหุ้นนีเบียสปิดตลาดปกติบวก 34% ก่อนร่วงลง 1.74% ในช่วงนอกเวลาซื้อขาย ขณะที่ออราเคิลเองก็ปรับตัวขึ้นแรงในตลาดปกติ ก่อนกลับมาอ่อนตัวลงในช่วงนอกเวลาซื้อขายเช่นกัน

การชอร์ตหุ้นกลุ่ม AI ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะฝั่งเบอร์รีเท่านั้น สำนักข่าวรอยเตอร์ส(Reuters) อ้างอิงข้อมูลจากเฮเซิลทรี(Hazeltree) รายงานว่าในเดือนกรกฎาคม กองทุนเฮดจ์ฟันด์หลายแห่งเพิ่มสถานะชอร์ตในหุ้นกลุ่ม AI โดยสถานะชอร์ตในเอ็นวิเดีย นีเบียส คอร์วีฟ(CoreWeave) และซูเปอร์ไมโครคอมพิวเตอร์(Super Micro Computer) ต่างขยายตัวขึ้น

การเปิดเผยครั้งนี้สะท้อนมุมมองที่แตกต่างกันในตลาดต่อการลงทุน AI ฝ่ายหนึ่งมองไปที่การเติบโตของผลประกอบการเอ็นวิเดียและกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่อีกฝ่ายจับตาขนาดการลงทุนมหาศาลและระยะเวลาที่ผลตอบแทนจะยังคงอยู่ได้ โพสต์ของเบอร์รีบนซับสแตกจึงเป็นตัวอย่างที่แปลงมุมมองฝั่งหลังให้กลายเป็นสถานะการลงทุนจริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1