บิตคอยน์(BTC) หากราคาหลุดต่ำกว่า 76,000 ดอลลาร์ แรงบังคับปิดสถานะ 'Long' สะสมในตลาดแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์ (CEX) รายใหญ่อาจพุ่งแตะ 797 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,101,500 ล้านวอน) ในทางกลับกัน หากราคาทะลุ 80,000 ดอลลาร์ แรงบังคับปิดสถานะ 'Short' สะสมจะอยู่ที่ 708 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 978,500 ล้านวอน)
บล็อกบีตส์ (BlockBeats) รายงานเมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงข้อมูลจากคอยน์กลาส (Coinglass) ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันของสถานะที่ใช้ 'เลเวอเรจ' ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคานั้นๆ ไม่ใช่จำนวนสัญญาที่จะถูกปิดจริงหรือมูลค่าที่ถูกยืนยันแล้ว
คอยน์กลาสอธิบายว่าแผนที่การลิควิเดตเป็นเครื่องมือแสดงภาพที่คำนวณจากราคาคู่เทรด ระดับเลเวอเรจ และข้อมูลตลาด ยิ่งแท่งกราฟสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ตลาดจะตอบสนองรุนแรงกว่าช่วงราคาข้างเคียง หากราคาขยับมาแตะจุดนั้น
ข้อมูลชุดนี้ชี้ว่าแรงกดดันฝั่งขาลงมีมากกว่าฝั่งขาขึ้น โดยแรงลิควิเดตสถานะ Long ที่ระดับต่ำกว่า 76,000 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ที่ 797 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าแรงลิควิเดตสถานะ Short ที่ระดับเหนือ 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งอยู่ที่ 708 ล้านดอลลาร์ อยู่ 89 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 123,000 ล้านวอน)
ตัวเลขนี้สะท้อนโครงสร้างที่สถานะ Long แบบใช้เลเวอเรจอาจอ่อนไหวต่อการปรับตัวลงของราคามากกว่า อย่างไรก็ตาม แผนที่การลิควิเดตไม่ได้เป็นข้อมูลที่บ่งชี้ทิศทางราคาล่วงหน้า แต่เป็นตัวชี้วัดว่าหากราคาขยับไปแตะช่วงใดช่วงหนึ่ง ฝั่งใดจะได้รับผลกระทบมากกว่ากัน
การ 'ลิควิเดต' คือขั้นตอนที่ตลาดแลกเปลี่ยนบังคับปิดสถานะ เมื่อหลักประกันในการเทรดฟิวเจอร์สหรือมาร์จิ้นต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด สถานะ Long เดิมพันกับราคาที่จะขึ้น ส่วนสถานะ Short เดิมพันกับราคาที่จะลง ดังนั้นเมื่อราคาขยับเร็ว สถานะฝั่งตรงข้ามก็มีโอกาสถูกบังคับปิดตามมา
เมื่อสถานะที่ใช้เลเวอเรจกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคาใดช่วงหนึ่ง ช่วงราคานั้นจึงกลายเป็นจุดอ้างอิงสำหรับติดตามความเสี่ยงด้านความผันผวนระยะสั้น ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า แผนที่การลิควิเดตถูกใช้เป็นตัวชี้วัดอ้างอิงความเสี่ยงด้านความผันผวนระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม การใช้ตัวเลขแรงลิควิเดตเพียงอย่างเดียวเพื่อตัดสินใจซื้อขายนั้นทำได้ยาก เพราะขนาดการลิควิเดตจริงยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลักประกันของแต่ละตลาดแลกเปลี่ยน การปรับสถานะของผู้เทรด ความเร็วของการเคลื่อนไหวราคา และสภาพคล่องของคำสั่งซื้อขาย
ในตลาดอนุพันธ์ นอกจากราคาสปอตแล้ว ยังต้องติดตามยอดสัญญาคงค้าง (Open Interest) อัตราฟันดิง และสภาพคล่องของแต่ละตลาดแลกเปลี่ยนควบคู่กันไปด้วย ผลกระทบของตัวเลขชุดนี้ต่อตลาดจะเห็นชัดขึ้น หลังราคาบิตคอยน์(BTC) เข้าใกล้ระดับ 76,000 ดอลลาร์ หรือ 80,000 ดอลลาร์
ความคิดเห็น 0