คราเคน(Kraken) เปิดแผนขยายบทบาทของกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบ self-custody ของตัวเอง โดยตั้งเป้าเชื่อมโยง 'หุ้นโทเคน' (tokenized stocks) การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ บัตรวีซ่า(Visa) แบบไม่ฝากสินทรัพย์กับตัวกลาง และระบบนิเวศเลเยอร์ 2 ของตัวเองเข้าด้วยกัน จากเดิมที่กระเป๋าทำหน้าที่แค่เก็บสินทรัพย์ คราเคนต้องการยกระดับให้เป็นช่องทางใช้งานสินทรัพย์บนเชนอย่างเต็มรูปแบบ
วูบล็อกเชน(Wu Blockchain) สื่อรายงานข่าวคริปโต รายงานเมื่อวันที่ 29 เวลา 08.10 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ว่า คราเคนได้เผยแพร่เอกสาร 'Kraken Wallet Manifesto' ซึ่งระบุกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ใช้คริปโตที่มีประสบการณ์สูง โดยเป้าหมายสำคัญคือรักษาสิทธิ์การถือครองสินทรัพย์ด้วยตัวเอง (self-custody) และสิทธิ์ในการเลือกรูปแบบบัญชีของผู้ใช้ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์บนเชนไปพร้อมกัน
ตามเอกสารดังกล่าว กระเป๋าคราเคนจะรองรับโครงสร้างบัญชีหลายรูปแบบ ได้แก่ บัญชี EOA บัญชีอัจฉริยะตามมาตรฐาน EIP-7702 กระเป๋าแบบฝังในแอป (embedded wallet) อุปกรณ์เซ็นชื่อฮาร์ดแวร์ และระบบเซ็นชื่อหลายฝ่าย (multisig) โดยออกแบบให้ผู้ใช้สามารถกระจายเงินทุนไปยังบัญชีต่างๆ ตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
บัญชี EOA คือบัญชีกระเป๋าทั่วไปที่เซ็นชื่อด้วยกุญแจส่วนตัวโดยตรง ส่วนบัญชีอัจฉริยะตาม EIP-7702 เป็นโครงสร้างบัญชีบนเครือข่ายอีเธอเรียม(Ethereum) ที่เพิ่มความสามารถแบบสมาร์ทคอนแทร็กต์เข้าไปในแอดเดรสเดิม ทำให้กำหนดเงื่อนไขการอนุมัติธุรกรรม ระบบอัตโนมัติ และขั้นตอนด้านความปลอดภัยได้ยืดหยุ่นขึ้น
สำหรับระบบ multisig คราเคนวางแผนให้ตัวเองถือกุญแจส่วนหนึ่งไว้ และใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) ของบัญชีคราเคนของผู้ใช้เป็นตัวช่วยยืนยันการเซ็นชื่อ ซึ่งเป็นการผสานความปลอดภัยของบัญชีเข้ากับโครงสร้างการเซ็นชื่อ
ในด้านทิศทางการผนวกผลิตภัณฑ์ คราเคนระบุว่าจะให้ความสำคัญกับโปรโตคอลที่ผ่านการตรวจสอบจากทีมความปลอดภัยของบริษัทก่อน โดยจุดเชื่อมต่อที่วางไว้ ได้แก่ xStocks สเตเบิลคอยน์ ระบบฝาก-ถอนเงินสกุลปกติ บัตรวีซ่าแบบไม่ฝากสินทรัพย์กับตัวกลางที่ได้รับการสนับสนุนจาก Reap รวมถึง K-Assets และโปรโตคอลในระบบนิเวศ Ink
xStocks คือกลุ่มผลิตภัณฑ์หุ้นโทเคนที่คราเคนระบุเป็นเป้าหมายการผนวกเข้ากับกระเป๋า โดยในแผนนี้ xStocks ถูกวางเป็นจุดเชื่อมที่ขยายฟังก์ชันการเข้าถึงสินทรัพย์ในแอปเทรดของคราเคนไปสู่กระเป๋าและโปรโตคอลบนเชน
อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ประเภทหุ้นโทเคนอาจมีโครงสร้างการถือครองและการใช้งานที่แตกต่างจากหุ้นทั่วไป ผู้ใช้จึงควรตรวจสอบทั้งพื้นที่ที่สามารถซื้อขายได้และข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์แต่ละตัวให้ชัดเจน แม้จะเข้าถึงได้ผ่านกระเป๋าเดียวกันก็ตาม
เอกสารของคราเคนยังระบุด้วยว่าสเตเบิลคอยน์และระบบฝาก-ถอนเงินสกุลปกติเป็นส่วนหนึ่งของแผนผนวกรวมเช่นกัน สะท้อนทิศทางที่ต้องการให้กระเป๋าบนเชนกลายเป็นจุดเชื่อมโยงทั้งการชำระเงินและการฝาก-ถอน
โปรโตคอลในระบบนิเวศ Ink ก็ถูกเสนอเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะผนวกเข้ามาเช่นกัน การที่แผนกระเป๋าของคราเคนนำทั้ง xStocks และ Ink มารวมไว้ด้วยกัน สอดคล้องกับทิศทางที่ต้องการขยายฟังก์ชันซื้อขายในแอปเทรดของตัวเองไปสู่กระเป๋าและโปรโตคอลบนเชนมากขึ้น
กลยุทธ์ด้านกระเป๋าของคราเคนจึงเชื่อมโยงกับความพยายามผสานฟังก์ชันของเอ็กซ์เชนจ์ กระเป๋าดิจิทัล สินทรัพย์โทเคน และระบบฝาก-ถอนเงินสกุลปกติเข้าไว้ในบริการเดียว โดยยังคงวางกระเป๋าแบบ self-custody เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ใช้ที่มีความชำนาญ พร้อมขยายขอบเขตการชำระเงินและการใช้งานบนเชนไปพร้อมกัน
สำหรับผู้อ่านชาวไทย จุดที่น่าจับตาคือการผสานรวมระหว่าง self-custody กับสินทรัพย์ประเภทหุ้นโทเคน โครงสร้างที่ผู้ใช้ดูแลกระเป๋าด้วยตัวเอง พร้อมใช้งานโทเคนหุ้น สเตเบิลคอยน์ และบัตรชำระเงินไปพร้อมกันอาจเพิ่มความสะดวก แต่โครงสร้างสิทธิ์และพื้นที่ที่ใช้งานได้จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์แต่ละรายการ
ในเอกสารฉบับนี้ คราเคนยังกล่าวถึงบัตรวีซ่าแบบไม่ฝากสินทรัพย์กับตัวกลางและ K-Assets ด้วย โดย K-Assets ถูกอธิบายว่าเป็นโครงสร้างที่ใช้สินทรัพย์ในการดูแลรักษาที่ผ่านคุณสมบัติกำหนดเป็นทุนสำรอง
หากแผนกระเป๋าของคราเคนถูกนำไปใช้งานจริง กระเป๋าจะกลายเป็นจุดเชื่อมระหว่างบัญชีเอ็กซ์เชนจ์ สินทรัพย์บนเชน และฟังก์ชันการชำระเงิน ส่วนขอบเขตสิทธิ์ของ xStocks ข้อจำกัดตามพื้นที่ และกลไกการทำงานจริงของบัตรแบบไม่ฝากสินทรัพย์กับตัวกลาง ยังต้องรอการยืนยันในขั้นตอนที่บริการเปิดให้ใช้งานจริง
ความคิดเห็น 0