ริปเปิล ไพรม์ (Ripple Prime) เริ่มให้บริการสัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม (Total Return Swap: TRS) สำหรับหุ้นและดัชนีที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล แก่ลูกค้าสถาบันแล้ว นับเป็นการขยายขอบเขตจากธุรกิจโบรกเกอร์หลัก (Prime Brokerage) ด้านสินทรัพย์ดิจิทัล เข้าสู่ตลาดอนุพันธ์หุ้นอย่างเป็นทางการ
ริปเปิล (Ripple) แถลงเมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) ว่าธุรกิจ 'เดลตาวัน' (Delta One) ของริปเปิล ไพรม์ เริ่มเปิดให้บริการแล้ว โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ บริษัทจัดการสินทรัพย์ และสถาบันการเงินอื่นๆ
บริการใหม่นี้รองรับการทำธุรกรรม TRS สำหรับหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ดัชนี และสินทรัพย์ดิจิทัล ริปเปิลระบุว่าลูกค้าสามารถบริหาร 'ความเสี่ยง' (Exposure) ในสินทรัพย์ทุกกลุ่มที่รองรับ ผ่านการวางหลักประกันแบบไขว้ (Cross-Margin) ภายใต้ความสัมพันธ์คู่สัญญาเดียว
ริปเปิล ไพรม์ เพิ่มอนุพันธ์หุ้นเข้าไปในบริการโบรกเกอร์หลัก การชำระบัญชี และการจัดหาเงินทุนที่มีอยู่เดิม บริษัทระบุว่าริปเปิล ไพรม์ ให้บริการด้านอัตราแลกเปลี่ยน อนุพันธ์ ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่แล้ว
'สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม' คือสัญญาอนุพันธ์ที่ทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ผูกกับผลตอบแทนรวมของสินทรัพย์อ้างอิง โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์นั้นโดยตรง คณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) อธิบายโครงสร้างนี้ว่า ฝ่ายหนึ่งจะได้รับผลตอบแทนรวมของสินทรัพย์อ้างอิง ทั้งดอกเบี้ยและกำไรขาดทุนจากมูลค่าเงินทุน ขณะที่อีกฝ่ายจะได้รับกระแสเงินสดแบบคงที่หรือลอยตัวแทน
ประเด็นสำคัญของการประกาศครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ริปเปิลเข้าซื้อขายหุ้นโดยตรง แต่อยู่ที่ลูกค้าสถาบันสามารถบริหารความเสี่ยงในหุ้น ดัชนี และสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มเดียวและคู่สัญญาเดียวได้
ริปเปิล ไพรม์ เป็นชื่อธุรกิจนายหน้าสถาบัน (Institutional Brokerage) ที่ริปเปิลตั้งขึ้นหลังเข้าซื้อกิจการฮิดเดน โรด (Hidden Road) ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าริปเปิล ไพรม์ ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดหุ้นผ่านธุรกิจเดลตาวัน
รายงานฉบับก่อนหน้าระบุขอบเขตบริการและสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้ของเดลตาวันไว้อย่างจำกัด ส่วนการแถลงครั้งนี้ของริปเปิลยืนยันขอบเขตบริการอย่างเป็นทางการว่าครอบคลุม TRS สำหรับหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ดัชนี และสินทรัพย์ดิจิทัล
ริปเปิลเปิดให้บริการโบรกเกอร์หลักสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลแบบสปอตในตลาดสหรัฐฯ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 และในเดือนพฤษภาคม 2026 ได้เชื่อมต่อกับ EDX เพื่อขยายการเข้าถึงสภาพคล่องสินทรัพย์ดิจิทัลให้ลูกค้าสถาบัน
ริปเปิลยังเปิดเผยฐานเงินทุนด้วย โดยระบุในแถลงการณ์เดลตาวันว่าเงินกองทุนสุทธิตามเกณฑ์กำกับดูแล (Regulatory Net Capital) ของริปเปิล ไพรม์ อยู่ที่มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.382 ล้านล้านวอน)
ริปเปิล ไพรม์ ยังปิดการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันอันดับสิทธิเหนือกว่า (Senior Unsecured Notes) มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.801 แสนล้านวอน) เมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมา โดยริปเปิลระบุว่าจะนำเงินที่ระดมได้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบริษัท
TokenPost เคยรายงานว่าการออกหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันของริปเปิล ไพรม์ เชื่อมโยงกับการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจโบรกเกอร์สถาบัน การเปิดตัวเดลตาวันครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ขอบเขตธุรกิจขยายไปถึงอนุพันธ์หุ้น หลังการเสริมฐานทุนดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์เดลตาวันไม่ได้ระบุว่าริปเปิล(XRP) หรือ XRP เลดเจอร์ (XRP Ledger: XRPL) ถูกใช้โดยตรงในผลิตภัณฑ์นี้ การตีความว่าการเปิดตัวเดลตาวันเชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการริปเปิล(XRP) ที่เพิ่มขึ้น จึงยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจากเอกสารทางการเพียงอย่างเดียว
หน้าผลิตภัณฑ์ของริปเปิลระบุว่าริปเปิล ไพรม์ ชำระบัญชีมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 4,146 ล้านล้านวอน) และมีลูกค้าสถาบันมากกว่า 300 ราย ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยเอง
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนว่าริปเปิล ไพรม์ ขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับลูกค้าสถาบัน จากธุรกิจนายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล ไปสู่การรวมความเสี่ยงจากอนุพันธ์ของสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมไว้ด้วยกัน ขอบเขตที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในขณะนี้คือการรองรับ TRS สำหรับหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ดัชนี และสินทรัพย์ดิจิทัล
ความคิดเห็น 0