อินเดียถูกประเมินว่าเป็นตลาดที่มีผู้ถือ ‘บิตคอยน์(BTC)’ มากที่สุดในโลกเมื่อนับเป็นจำนวนคน โดยอัตราการยอมรับบิตคอยน์ทั่วโลกอยู่ที่ราว 4.5-6% และจำนวนผู้ถือครองทั่วโลกถูกประเมินไว้ในช่วง 370-500 ล้านคน
วูบล็อกเชน (Wu Blockchain) รายงานเมื่อวันที่ 1 เวลาประมาณ 11.19 น. (เวลาไทย) โดยอ้างอิงตัวเลขประเมินผู้ถือบิตคอยน์แยกตามประเทศจาก วิลลี วู (Willy Woo) นักวิเคราะห์ออนเชน ซึ่งระบุว่าอินเดียมีผู้ถือครองมากที่สุดราว 68 ล้านคน ตามมาด้วยสหรัฐฯ ราว 50 ล้านคนในอันดับ 2 และจีนราว 33 ล้านคนในอันดับ 3
แต่เมื่อเปลี่ยนมาดูสัดส่วนผู้ถือครองเทียบกับจำนวนประชากร อันดับกลับเปลี่ยนไปทันที จากตัวเลขประเมินของวูพบว่าเวียดนามมีสัดส่วนสูงสุดราว 17% ตามด้วยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ราว 16% และสหรัฐฯ ราว 14% ซึ่งติดกลุ่มประเทศที่มี ‘อัตราการยอมรับ’ สูงสุด
อินเดียนำในแง่จำนวนผู้ถือครองแบบตัวเลขรวม แต่เมื่อดูอัตราการเข้าถึงต่อประชากรกลับสวนทางกับกลุ่มประเทศขนาดเล็กที่มีอัตรายอมรับสูง สะท้อนว่าตลาดที่มีประชากรจำนวนมากแม้จะมีผู้ถือครองเยอะ แต่สัดส่วนเทียบกับประชากรทั้งหมดอาจยังต่ำอยู่
ข้อมูลจำนวนผู้ถือครองแบบนี้ขึ้นอยู่กับวิธีการนับ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีในตลาดแลกเปลี่ยน ที่อยู่บนเชน หรือการประเมินระดับรายบุคคล ซึ่งแต่ละวิธีให้ผลต่างกัน อีกทั้งบางคนอาจถือครองหลายที่อยู่หรือหลายบัญชี ทำให้ตัวเลขผู้ถือครองตามสถิติกับจำนวนบุคคลจริงอาจไม่ตรงกันเสียทีเดียว
สิ่งที่มีความหมายมากกว่าราคาสำหรับนักลงทุนคือ ‘ฐานการยอมรับ’ ตลาดขนาดใหญ่ทั้งด้านประชากรและเงินทุนอย่างอินเดีย สหรัฐฯ และจีน จำนวนผู้ถือครองในประเทศเหล่านี้จึงถูกใช้เป็นดัชนีเสริมเพื่อประเมินฐานของเครือข่ายบิตคอยน์โดยรวม
ก่อนหน้านี้ วูเคยเสนอการวิเคราะห์ที่ระบุว่าสัดส่วนประชากรที่ถือบิตคอยน์อยู่ที่ราว 5% โดยตอนนั้นเขามองว่าในระยะนี้บิตคอยน์ยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ทางการเงินเป็นหลัก
‘อัตราการยอมรับ’ หมายถึงสัดส่วนประชากรที่ถือครองหรือใช้งานสินทรัพย์หรือเทคโนโลยีหนึ่งๆ จริง สำหรับบิตคอยน์แล้ว ตัวเลขนี้มักถูกใช้เพื่อดูระดับการแพร่หลายของเครือข่ายมากกว่าจะสะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาระยะสั้น
ตัวเลขประเมินรายประเทศครั้งนี้ก็อยู่บนแนวคิดเดียวกัน การอ่านทั้งจำนวนผู้ถือครองแบบตัวเลขรวมควบคู่กับสัดส่วนต่อประชากรจะช่วยให้เห็นภาพฐานการถือครองบิตคอยน์ได้รอบด้านมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายประเทศเหล่านี้เป็นเพียงการประเมินของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่สถิติทางการ ส่วนจะสะท้อนไปถึงสภาพคล่องในตลาดจริงหรือทิศทางราคาได้มากน้อยเพียงใดนั้น ยังต้องตรวจสอบด้วยดัชนีอื่นแยกต่างหาก
ความคิดเห็น 0