กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) และคราวด์สไตรก์ (CrowdStrike, CRWD) ร่วมมือกับหน่วยงานในสหรัฐฯ บัลแกเรีย ฮังการี และโรมาเนีย เข้าสกัดโครงสร้างพื้นฐานของบอตเน็ตซาลิตี้ (Sality) โดยคราวด์สไตรก์ระบุว่าได้แยกอุปกรณ์ที่ติดเชื้อออกจากเครือข่ายแล้วกว่า 15,000 เครื่อง
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 (เวลาท้องถิ่น) ว่า สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) หน่วยงานสอบสวนอาชญากรรมด้านกลาโหมสหรัฐฯ (DCIS) คราวด์สไตรก์ และมูลนิธิแชโดว์เซิร์ฟเวอร์ (Shadowserver Foundation) ได้ร่วมกันยึดและปิดกั้นโดเมนที่เกี่ยวข้องกับซาลิตี้ ด้านยูโรโปล (Europol) ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 เดือนที่แล้ว (เวลาท้องถิ่น)
ซาลิตี้เป็นบอตเน็ตแบบเพียร์ทูเพียร์ (P2P) ที่ถูกตรวจพบครั้งแรกในปี 2003 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่าอุปกรณ์ที่ติดเชื้อถูกนำไปใช้แพร่กระจายมัลแวร์ ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล และก่อเหตุโจมตีทางไซเบอร์
คราวด์สไตรก์อธิบายว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา มัลแวร์หลักที่ซาลิตี้ใช้แพร่กระจายคือเอ็กแจ็กเกอร์ (EggJagger) ซึ่งทำงานด้วยการสลับที่อยู่กระเป๋าเงินบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ที่เหยื่อคัดลอกไว้ ให้เปลี่ยนเป็นที่อยู่กระเป๋าเงินของผู้โจมตีแทน
ความคิดเห็น 0