บิตคอยน์(BTC) กำลังทดสอบว่าจะสามารถเปลี่ยนแนวต้านเดิมที่ 80,600 ดอลลาร์ให้กลายเป็น 'แนวรับ' ได้หรือไม่ หลังจากยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์มาได้ระยะหนึ่ง ราคาระยะสั้นแกว่งตัวอยู่แถว 81,000 ดอลลาร์ ขณะที่เงินไหลเข้ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
อาลี ชาร์ตส์(Ali Charts) นักวิเคราะห์คริปโต ระบุผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า BTC ทะลุแนวต้าน 80,600 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะ 82,280 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงมาทดสอบโซนเดิมในฐานะแนวรับอีกครั้ง เขามองว่าหาก 80,600 ดอลลาร์ยืนได้ มีโอกาสที่ราคาจะกลับไปท้าทายระดับ 85,000 ดอลลาร์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้เป็นเพียง 'สถานการณ์ทางเทคนิคแบบมีเงื่อนไข' ไม่ใช่เป้าหมายราคาที่ยืนยันแล้ว ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า BTC จะสามารถรับแรงขายบริเวณ 80,600 ดอลลาร์ และยืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ต่อไปได้หรือไม่
ทิศทางราคายังแตกต่างกันไปตามแหล่งข้อมูล บาร์รอนส์(Barron's) อ้างอิงข้อมูลจาก LSEG รายงานว่า BTC ขึ้นไปแตะ 82,164 ดอลลาร์ในชั่วข้ามคืน ก่อนร่วงลงมาที่ 80,848 ดอลลาร์ ขณะที่อินเวสติ้ง.คอม(Investing.com) วิเคราะห์จากกราฟ 30 นาทีว่า BTC เด้งขึ้นจากบริเวณ 78,500 ดอลลาร์ ไปแตะ 81,750 ดอลลาร์ ก่อนเข้าสู่ช่วงทดสอบแนวรับ 80,600-80,750 ดอลลาร์
กรอบเทคนิคระยะสั้นจึงถูกบีบให้แคบลงเหลือแนวรับ 80,600-80,750 ดอลลาร์ และแนวต้าน 81,750 ดอลลาร์ หากแนวรับดังกล่าวหลุด จุดที่ต้องจับตาถัดไปคือโซน 79,250-79,400 ดอลลาร์
ด้านเงินไหลเข้า-ออก กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเม็ดเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้นชัดเจน ฟาร์ไซด์ อินเวสเตอร์ส(Farside Investors) รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) กองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 730.8 ล้านดอลลาร์ โดยแบล็คร็อค(BlackRock) IBIT รับเงินไหลเข้า 454 ล้านดอลลาร์ ฟิเดลิตี้(Fidelity) FBTC รับ 74.4 ล้านดอลลาร์ และอาร์ค(ARK) ARKB รับ 137.7 ล้านดอลลาร์
เดอะบล็อก(The Block) อ้างอิงข้อมูลรวมจากโซโซแวลู(SoSoValue) รายงานตัวเลขเงินไหลเข้าสุทธิวันเดียวกันที่ 730.9 ล้านดอลลาร์ ระบุว่าเป็นยอดไหลเข้าสุทธิรายวันสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม
เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF แบบสปอต หมายถึงเม็ดเงินที่เข้ากองทุนมากกว่าที่ไหลออก ซึ่งมักถูกใช้เป็น 'ตัวชี้วัดความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน' แต่การไหลเข้าเพียงวันเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปทิศทางราคาหรือการกลับตัวของแนวโน้มได้
ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่า เงินไหลเข้ากองทุน ETF แบบสปอตไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาเสมอไป โดยครั้งนั้นเงินไหลเข้ากองทุน ETF ริปเปิล(XRP) แบบสปอตยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แต่ราคากลับไม่ไปถึงระดับบนของสถานการณ์ขาขึ้นตามที่คาดไว้
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคก็มีผลเช่นกัน เดอะบล็อกรายงานว่าหลังคำแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลง ส่งผลให้ BTC และหุ้นกลุ่มคริปโตปรับตัวขึ้นตาม โดยในรายงานเดียวกันระบุว่า สเตรทเทจี(Strategy)($MSTR) ปรับขึ้น 17.6% คอยน์เบส(Coinbase)($COIN) ปรับขึ้น 10% และเซอร์เคิล(Circle)($CRCL) ปรับขึ้น 16.5%
กระนั้นก็มีมุมมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าตลาดเข้าสู่ขาขึ้นเต็มตัว นิโคไล เซินเดอร์การ์ด(Nicolai Søndergaard) นักวิเคราะห์อาวุโสของแนนเซน(Nansen) ให้สัมภาษณ์กับคริปโตนิวส์(crypto.news) ว่า 'การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นจริง แต่กระแสเงินในตลาดสปอตยังไม่ยืนยันว่าเป็นตลาดขาขึ้น' คำกล่าวนี้สะท้อนว่าแม้ราคาจะดีดตัวและ ETF มีเงินไหลเข้ารายวัน แต่ยังต้องรอการยืนยันจากกระแสเงินในตลาดสปอตเพิ่มเติม
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลกระเป๋าเงินที่ระบุตัวตนได้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมามี BTC จำนวน 3,700 เหรียญไหลเข้าสู่กระดานเทรดแบบสุทธิ และจากข้อมูลล่าสุดพบว่ากองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิราว 236 ล้านดอลลาร์
ภาพรวมครั้งนี้จึงไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่เพียงเหตุการณ์เดียว แต่เป็นจังหวะที่การทดสอบแนวรับทางเทคนิค ปัจจัยมหภาค และเงินไหลเข้า-ออกของ ETF เกิดขึ้นพร้อมกัน หาก BTC ยืนเหนือระดับ 80,600 ดอลลาร์ได้ สถานการณ์ที่จะกลับไปท้าทาย 85,000 ดอลลาร์ก็ยังมีความเป็นไปได้ แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าว การตีความแบบ 'ย่อตัวระยะสั้น' อาจมีน้ำหนักมากขึ้น
เกณฑ์ถัดไปที่ต้องติดตามคือแนวรับ 80,600-80,750 ดอลลาร์ และทิศทางเงินไหลเข้า ETF ว่าจะต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันหรือไม่ หลังจากเงินไหลเข้าสุทธิจำนวนมากเมื่อวันที่ 3 คำถามต่อไปคือกระแสเงินในทิศทางเดียวกันนี้จะดำเนินต่อไปหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของอุปสงค์-อุปทานระยะสั้น
ความคิดเห็น 0