คราฟตัน(Krafton) ประกาศลงทุนเพิ่มในอินเดียอีก 250 ล้านดอลลาร์ ภายในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า ต่อยอดธุรกิจในประเทศที่วางรากฐานไว้ด้วยเกม 'แบทเทิลกราวด์ โมบายล์ อินเดีย' (BGMI) ให้ขยายไปสู่สายเทคโนโลยีนอกเหนือจากธุรกิจเกม
เทคครันช์(TechCrunch) รายงานว่าการลงทุนเพิ่มครั้งนี้ทำให้แผนลงทุนโดยรวมของคราฟตันในอินเดียมีมูลค่าทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ โดยเงินลงทุนจะไม่จำกัดอยู่แค่ธุรกิจเกม แต่จะขยายไปยังปัญญาประดิษฐ์(AI) หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีเชิงลึก(Deep Tech)
ชาง บย็อง-กยู(Byung Gyu Chang) ประธานกรรมการบริษัทคราฟตัน เดินทางเข้าพบ นเรนทรา โมดี(Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายหารือกันถึงโอกาสความร่วมมือระหว่างเกาหลีใต้และอินเดียในด้านเกม เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเกิดใหม่
การประกาศครั้งนี้สะท้อนว่าคราฟตันมองอินเดียไม่ใช่แค่ตลาดจำหน่ายเกม แต่เป็น 'ฐานลงทุนระยะยาว' อินเดียถือเป็นตลาดดิจิทัลขนาดใหญ่ ที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 1,000 ล้านคน และผู้ใช้สมาร์ทโฟนกว่า 700 ล้านคน
ธุรกิจของคราฟตันในอินเดียเริ่มต้นจาก BGMI เวอร์ชันปรับให้เข้ากับตลาดท้องถิ่นของแบทเทิลกราวด์ โมบายล์ ซึ่งปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดสะสมทะลุ 260 ล้านครั้ง
เส้นทางธุรกิจในอินเดียของคราฟตันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในปี 2020 รัฐบาลอินเดียสั่งระงับการให้บริการแบทเทิลกราวด์ โมบายล์ พร้อมแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับจีนอีกหลายร้อยแอป ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างนิวเดลีและปักกิ่งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในขณะนั้น
หลังจากนั้นคราฟตันถอดเทนเซ็นต์ เกมส์(Tencent Games) ออกจากตำแหน่งผู้จัดจำหน่ายในอินเดีย และย้ายเซิร์ฟเวอร์อินเดียไปใช้ไมโครซอฟท์ อาซัวร์(Microsoft Azure) ก่อนเปิดตัว BGMI อย่างเป็นทางการในปี 2021
BGMI เองก็ถูกระงับให้บริการในอินเดียอีกครั้งในปี 2022 ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการแบบทดลอง 3 เดือนในปีถัดมา คราฟตันเดินหน้าธุรกิจในพื้นที่ต่อเนื่องหลังกลับมา และเปิดเผยแผนเปิดตัว BGMI Lite ในอินเดียภายในช่วงปลายปี 2026
เงินลงทุนของคราฟตันขยายออกนอกวงการเกมมาระยะหนึ่งแล้ว บริษัทลงทุนในอินเดียไปแล้วกว่า 250 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2021 และให้การสนับสนุนบริษัทท้องถิ่นแล้วราว 18 แห่ง
บริษัทที่ได้รับการลงทุน ได้แก่ นอดวิน เกมมิ่ง(Nodwin Gaming), โลโค(Loco), พระติลิปี(Pratilipi), คูคูเอฟเอ็ม(Kuku FM) และวันอิมเพรสชัน(One Impression) โดยในจำนวนนี้เป็นสตูดิโอพัฒนาเกม 4-5 แห่ง
คราฟตันยังมีกองทุนแยกต่างหากที่ดำเนินการควบคู่กันไป โดยร่วมกับเนเวอร์(NAVER) และมิรอี แอสเซท(Mirae Asset) จัดตั้งกองทุนเพื่อการเติบโตที่เน้นอินเดียเป็นหลัก ซึ่งเทคครันช์ระบุว่ากองทุนนี้มีมูลค่ารวม 670 ล้านดอลลาร์
คราฟตันตกลงร่วมลงทุนในกองทุนดังกล่าวรอบแรกราว 137 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนเพิ่มเติม 250 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้ดำเนินการแยกต่างหากจากกองทุนเพื่อการเติบโตดังกล่าว
คราฟตันยังเสริมความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานในพื้นที่ด้วย โดยปีที่ผ่านมาบริษัทเข้าซื้อกิจการนอทิลุส โมบายล์(Nautilus Mobile) สตูดิโอในเมืองปูเน ผู้พัฒนาซีรีส์เกม Real Cricket
นอกจากนี้ บริษัทเพิ่งเปิดตัว KIGI Academy โครงการบ่มเพาะบุคลากรด้านการพัฒนาเกมและงานสร้างสรรค์ดิจิทัล ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าคราฟตันเริ่มขยายโครงสร้างธุรกิจให้กว้างกว่าแค่แฟรนไชส์แบทเทิลกราวด์แล้ว
การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่บริษัทเกมเกาหลีใต้ขยายฐานธุรกิจในระบบนิเวศดิจิทัลของอินเดีย คราฟตันวางแผนผนวกรวมธุรกิจเกม AI หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีเชิงลึกเข้าด้วยกัน เพื่อขยายฐานธุรกิจระยะยาวในอินเดียต่อไป
ความคิดเห็น 0