มูลนิธิคาร์ดาโน (Cardano Foundation) เชื่อมโยงรายงานกิจกรรมและการเงินประจำปี 2025 พร้อมผลการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีภายนอกเข้ากับบันทึกบนบล็อกเชนแล้ว โดยมูลนิธิใช้จ่ายไป 23.6 ล้านฟรังก์สวิสในปี 2025 และมีสินทรัพย์รวม ณ สิ้นปีอยู่ที่ 287.5 ล้านฟรังก์สวิส
มูลนิธิคาร์ดาโนเปิดเผยในรายงานกิจกรรมและการเงินประจำปี 2025 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2026 (เวลาท้องถิ่น) ว่าได้เปิดเผยข้อมูลทางการเงินบนเชนผ่านแพลตฟอร์มรายงานทางการเงิน Reeve เป็นปีที่สองติดต่อกัน มูลนิธิระบุว่างบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบได้รับการยืนยันแบบออนเชนโดยกรานท์ ธอร์นตัน สวิตเซอร์แลนด์/ลิกเตนสไตน์ (Grant Thornton Switzerland/Liechtenstein)
จุดสำคัญของกรณีนี้ไม่ได้อยู่แค่การนำตัวเลขการเงินขึ้นบล็อกเชนเท่านั้น แต่มูลนิธิได้ผูก 'บันทึกทางการเงินแบบเข้ารหัส' 'ข้อมูลยืนยันตัวตนนิติบุคคล' และ 'ความเห็นของผู้สอบบัญชี' เข้าไว้ในกระบวนการเดียวกัน กรานท์ ธอร์นตันระบุในกรณีศึกษาว่าได้นำ Reeve มาผสานกับระบบรหัสประจำตัวนิติบุคคลที่ตรวจสอบได้ (vLEI) เพื่อใช้ขั้นตอนตรวจสอบบัญชีมาตรฐานกับข้อมูลการเงินบนเชน
ปาสคาล เฟอร์เกอร์(Pascal Furger) พาร์ตเนอร์จากกรานท์ ธอร์นตัน สวิตเซอร์แลนด์/ลิกเตนสไตน์ กล่าวในกรณีศึกษาว่า "แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ของมูลนิธิทำให้เข้าถึงข้อมูลการเงินของ Reeve บนคาร์ดาโนได้โดยตรง พร้อมกับรหัสประจำตัวนิติบุคคลที่ผ่านการยืนยันแล้ว" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการเห็นบันทึกธุรกรรมและชั้นข้อมูลยืนยันตัวตนอยู่ในที่เดียวกันคือฐานสำคัญที่ทำให้นำขั้นตอนตรวจสอบบัญชีมาตรฐานมาใช้ได้
Reeve เป็นแพลตฟอร์มที่ยึดข้อมูลการเงินไว้กับบล็อกเชนคาร์ดาโน เพื่อให้ตรวจสอบได้ว่าเนื้อหารายงานถูกแก้ไขหรือไม่ โดยทั่วไปการรายงานทางการเงินมักแยกไฟล์รายงาน ความเห็นผู้สอบบัญชี และการยืนยันตัวตนนิติบุคคลออกจากกันเป็นเอกสารและขั้นตอนต่างหาก แนวทางนี้จึงถือเป็นตัวอย่างที่ดึงจุดเชื่อมโยงเหล่านั้นเข้ามารวมอยู่ในบันทึกบล็อกเชนและระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล
vLEI คือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ ที่ทำให้ตรวจสอบตัวตน อำนาจ และบทบาทของนิติบุคคลกับผู้แทนได้ด้วยกลไกอัตโนมัติ มูลนิธิรหัสประจำตัวนิติบุคคลระดับโลก (GLEIF) อธิบายว่า vLEI เชื่อมโยงตัวตนของนิติบุคคล ตัวตนของบุคคล และบทบาทในองค์กรอย่างเป็นทางการเข้าด้วยกันด้วยการเข้ารหัส ประเด็นของการบัญชีบนเชนจึงขยายจากคำถามว่า 'บันทึกอะไรไว้บ้าง' ไปสู่คำถามว่า 'ใครเป็นผู้ยืนยันด้วยอำนาจแบบใด'
มูลนิธิคาร์ดาโนระบุในอัปเดตรายเดือนว่าการตรวจสอบครั้งนี้เป็น 'กรณีแรกของโลก' อย่างไรก็ตาม คำกล่าวนี้มาจากคำอธิบายของมูลนิธิและบริษัทผู้สอบบัญชีเอง ยังไม่มีการยืนยันอิสระว่าเป็นกรณีแรกของทั้งอุตสาหกรรมจริงหรือไม่ จึงควรมองในขอบเขตที่มูลนิธิและกรณีศึกษาระบุไว้เท่านั้น
มูลนิธิใช้จ่ายไปทั้งสิ้น 23.6 ล้านฟรังก์สวิสในปี 2025 ส่วนสินทรัพย์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 อยู่ที่ 287.5 ล้านฟรังก์สวิส แบ่งเป็นเอดา(ADA) 51.6% บิตคอยน์(BTC) 25.5% และเงินสด สินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินอื่น 22.9% การตรวจสอบบนเชนช่วยเพิ่มความโปร่งใสของการรายงานได้ก็จริง แต่ไม่ได้ช่วยลดความผันผวนของราคาสินทรัพย์ที่ถืออยู่แต่อย่างใด
ความสัมพันธ์กับกรานท์ ธอร์นตันไม่ใช่ความร่วมมือใหม่ มูลนิธิคาร์ดาโนประกาศแต่งตั้งกรานท์ ธอร์นตันเป็นผู้สอบบัญชีภายนอกตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2019 การยืนยันตรวจสอบบนเชนครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากความสัมพันธ์ด้านการตรวจสอบบัญชีที่มีอยู่เดิม ด้วยการนำ Reeve และ vLEI เข้ามาขยายวิธีการยืนยันขั้นตอนตรวจสอบ
หากมองในมิติเวลา มูลนิธิคาร์ดาโนทยอยขยายการเข้าถึงข้อมูลภายนอกมาต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มูลนิธิเปิดเผยข้อมูลข้อเสนอและการโหวตผ่าน Dune เพื่อเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลด้านธรรมาภิบาล และล่าสุดได้เชื่อมรายงานการเงินและการยืนยันตรวจสอบบัญชีเข้ากับบันทึกบล็อกเชน
ความหมายของกรณีนี้แตกต่างกันไปตามกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับมูลนิธิ นี่คือเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบยืนยันรายงานการเงิน สำหรับผู้สอบบัญชี นี่คือกรณีทดลองนำขั้นตอนตรวจสอบบัญชีแบบเดิมมาใช้กับข้อมูลบนบล็อกเชน ส่วนผู้มีส่วนร่วมในระบบนิเวศ ประเด็นที่ใกล้ตัวกว่าคือการเข้าถึงข้อมูลสินทรัพย์และการใช้จ่ายของมูลนิธิที่เพิ่มขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทย เรื่องนี้ควรมองเป็นความเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างการเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบบัญชี มากกว่าปัจจัยด้านราคาโดยตรง โครงสร้างสินทรัพย์ของมูลนิธิที่มีสัดส่วนเอดาและบิตคอยน์สูงทำให้มูลค่าผันผวนตามราคาเหรียญได้ แต่ยังไม่มีตัวเลขที่ระบุว่าการเปิดเผยครั้งนี้ส่งผลต่อราคาตลาดโดยตรง จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามแยกต่างหาก
ในช่องความคิดเห็นใต้โพสต์ของกรานท์ ธอร์นตันบน LinkedIn มีทั้งความเห็นที่ประเมินว่าการทำบัญชีบนเชนมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และความเห็นที่ระมัดระวังว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่ความไม่สามารถแก้ไขของบันทึกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ชั้นข้อมูลยืนยันตัวตนและความสามารถในการขยายระบบ สะท้อนแนวคิดว่าการนำตัวเลขขึ้นบล็อกเชนอย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อความน่าเชื่อถือทางบัญชี ต้องตรวจสอบตัวตนและอำนาจของผู้ยืนยันไปพร้อมกันด้วย
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการทำบัญชีบนบล็อกเชนสามารถขยายขอบเขตจากการเปิดเผยข้อมูลทั่วไป ไปสู่ขั้นตอนตรวจสอบบัญชีและการยืนยันตัวตนนิติบุคคลได้ มูลนิธิคาร์ดาโนระบุตัวเลขการใช้จ่าย 23.6 ล้านฟรังก์สวิส และสินทรัพย์ปลายปี 287.5 ล้านฟรังก์สวิสไว้ในรายงานปี 2025 ขณะที่กรานท์ ธอร์นตันเผยแพร่แนวทางการตรวจสอบบัญชีที่ผสาน Reeve กับ vLEI ผ่านกรณีศึกษาฉบับนี้
ความคิดเห็น 0