หุ้นลูลูเลมอน แอธเลติกา(lululemon athletica inc.·LULU) ร่วงหนัก 17.38% ปิดที่ 100.61 ดอลลาร์ในการซื้อขายรอบปกติของสหรัฐฯ วันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) หลังบริษัทปรับลด‘คาดการณ์รายปี’ของปีงบประมาณ 2026 ลงอีกครั้ง
ลูลูเลมอนเปิดเผยผลประกอบการเมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ว่ารายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 2,415.631 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วน‘ยอดขายเปรียบเทียบ’(comparable sales) ลดลงถึง 9%
หากแยกตามภูมิภาค ตลาดหลักอย่างทวีปอเมริกามียอดขายลดลง 8% ขณะที่ยอดขายเปรียบเทียบในอเมริกาลดลงถึง 12% สะท้อนความต้องการซื้อที่ชะลอตัวในอเมริกาเหนือ ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวม
บริษัทปรับลดคาดการณ์รายได้รวมปีงบประมาณ 2026 เหลือ 10,350-10,500 ล้านดอลลาร์ พร้อมปรับลดคาดการณ์กำไรต่อหุ้นแบบเจือจาง(diluted EPS) เหลือ 9.48-9.73 ดอลลาร์
ก่อนหน้านี้บริษัทเคยคาดการณ์รายได้ไว้ที่ 11,000-11,150 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้น 10.95-11.15 ดอลลาร์ นับเป็นการปรับลดคาดการณ์รายปีครั้งที่สอง ต่อจากการปรับลดครั้งก่อนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เมแกน แฟรงก์(Meghan Frank) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมชั่วคราวและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของลูลูเลมอน กล่าวในเอกสารแถลงผลประกอบการว่า “เรายังคงต้องฝ่าฟันสถานการณ์ที่ท้าทายอยู่ต่อไป และใช้แนวทางที่รอบคอบในการปรับคาดการณ์รายปีครั้งนี้” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทเองก็ยังไม่มั่นใจในทิศทางการฟื้นตัวของยอดขายในระยะสั้น ด้านบริษัทระบุว่าจะเน้นพัฒนาสินค้า เพิ่มงบการตลาด และควบคุมต้นทุนเป็นหลัก
สำหรับไตรมาส 3 บริษัทคาดการณ์รายได้ไว้ที่ 2,290-2,320 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเท่ากับลดลง 10-11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
กำไรต่อหุ้นแบบเจือจางในไตรมาส 2 ที่ 2.92 ดอลลาร์ มีผลบวกจากเงินคืนภาษีนำเข้า(tariff) และดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องรวม 0.86 ดอลลาร์ต่อหุ้นรวมอยู่ด้วย นักลงทุนจึงให้น้ำหนักกับทิศทางยอดขายและความต้องการซื้อมากกว่าตัวเลขกำไรที่ปรากฏบนหน้ารายงาน
Reuters รายงานว่า การที่ลูลูเลมอนปรับลดคาดการณ์รายปีเป็นครั้งที่สองในปีนี้ ทำให้ภาระงานของไฮดี โอนีล(Heidi O'Neill) ว่าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่หนักขึ้นตามไปด้วย โดยโอนีลมีกำหนดเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 กันยายนนี้
รายงานเดียวกันระบุว่ามีบริษัทหลักทรัพย์อย่างน้อย 12 แห่งปรับลดราคาเป้าหมายหุ้นลูลูเลมอนลงหลังการประกาศผลประกอบการ ขณะที่มอร์แกน สแตนลีย์(Morgan Stanley) ระบุถึงความเป็นไปได้ที่ความต้องการซื้อในช่วงครึ่งปีหลังอาจชะลอตัวลงอีก
MarketWatch รายงานว่า แม้ลูลูเลมอนจะพึ่งพายอดขายกางเกงทรงหลวมเป็นหลัก แต่ยอดขายกางเกงเลกกิ้งในไตรมาส 2 กลับลดลงราว 20% สะท้อนว่าความนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปกำลังกดดันกลุ่มสินค้าหลักที่เคยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท
ด้าน The Wall Street Journal ระบุว่าปัจจัยกดดันผลประกอบการมาจากกระแสตอบรับสินค้าใหม่ที่ยังไม่ดีนัก กระแสวิจารณ์เชิงลบบนโลกออนไลน์ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากแบรนด์คู่แข่งอย่างอโล(Alo) และวูโอริ(Vuori) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ความภักดีต่อแบรนด์และกระแสตอบรับสินค้าใหม่กลายเป็นตัวแปรสำคัญของการฟื้นตัวยอดขายในตลาดเสื้อผ้ากีฬา
ก่อนหน้าการซื้อขายรอบปกติ หุ้นลูลูเลมอนเคยร่วงลงราว 18% ในช่วงการซื้อขายก่อนตลาดเปิดของสหรัฐฯ มาแล้ว โดยโตเกนโพสต์เคยรายงานความเคลื่อนไหวที่หุ้นร่วงราว 18% ในช่วงก่อนตลาดเปิดในวันเดียวกันนี้ไปแล้ว
ช่วงนี้กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเสื้อผ้ากีฬาของสหรัฐฯ กำลังอ่อนไหวต่อการปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการเป็นพิเศษ ก่อนหน้านี้โตเกนโพสต์เคยรายงานว่าการปรับลดคาดการณ์รายปีของ Dick's Sporting Goods ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและรองเท้าอย่างไนกี้ ลูลูเลมอน และอันเดอร์อาร์เมอร์อ่อนตัวตามไปด้วย
หลังการร่วงลงอย่างหนักในรอบซื้อขายปกติครั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือทิศทางการฟื้นตัวของยอดขายในอเมริกาเหนือ และแนวทางบริหารของโอนีลหลังเข้ารับตำแหน่งวันที่ 8 กันยายน เนื่องจากบริษัทได้ปรับลดคาดการณ์รายปีลงแล้ว ผลประกอบการรอบถัดไปจึงน่าจะถูกจับตาที่ยอดขายเปรียบเทียบในอเมริกาและกระแสตอบรับสินค้าเป็นลำดับแรก
ความคิดเห็น 0