Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

รายได้สโนว์เฟลกพุ่งแตะ 1.55 พันล้านดอลลาร์ หุ้นนอกตลาดบวก 22%

มือที่กำลังพลิกดูเอกสารผลประกอบการข้างหน้าต่าง พร้อมเครื่องคิดเลข / TokenPost.ai

สโนว์เฟลก (Snowflake, $SNOW) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2027 ด้วยรายได้และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงที่สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นในการซื้อขายนอกเวลาที่สหรัฐฯ พุ่งขึ้นถึง 22% หลังประกาศผล

สโนว์เฟลกเปิดเผยผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) โดยมีกำไรต่อหุ้นปรับปรุงอยู่ที่ 62 เซนต์ และรายได้รวม 1.55 พันล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ CNBC ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าประมาณการของตลาดที่รวบรวมโดย LSEG ซึ่งคาดกำไรต่อหุ้นปรับปรุงไว้ที่ 45 เซนต์ และรายได้ 1.48 พันล้านดอลลาร์

รายได้ไตรมาสดังกล่าวเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ 191.7 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นขาดทุน 55 เซนต์ต่อหุ้น ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 297.9 ล้านดอลลาร์ หรือ 89 เซนต์ต่อหุ้น

ไตรมาส 2 ของปีงบการเงินนี้สิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม สโนว์เฟลกเป็นบริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล ให้บริการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลบนคลาวด์ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับองค์กรลูกค้า

จุดที่ตลาดจับตาเป็นพิเศษในผลประกอบการครั้งนี้คือจำนวนบัญชีที่ใช้ฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัท โดยสโนว์เฟลกระบุว่าจำนวนบัญชีที่ใช้งาน ‘CoCo’ ผู้ช่วยเขียนโค้ดด้วย AI เพิ่มขึ้นเป็น 9,100 บัญชี และเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 บัญชีภายในไตรมาสเดียว

CoCo คือผู้ช่วยเขียนโค้ดด้วย AI ของสโนว์เฟลกที่สนับสนุนการเขียนซอฟต์แวร์ การเพิ่มขึ้นของบัญชีที่ใช้งาน CoCo ถือเป็นตัวชี้วัดด้าน AI ที่บริษัทเน้นย้ำเป็นพิเศษในการแถลงผลประกอบการครั้งนี้

สโนว์เฟลกนำเสนอการเติบโตของบัญชีผู้ใช้ CoCo ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้ โดยบริษัทระบุว่ากระแสการนำ AI มาใช้งานของลูกค้าสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขการใช้งานจริงแล้ว

บริษัทยังปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการ โดยตั้งเป้ารายได้จากผลิตภัณฑ์ในไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2027 ไว้ที่ 1.59 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย StreetAccount ซึ่งอยู่ที่ 1.50 พันล้านดอลลาร์

สำหรับทั้งปี สโนว์เฟลกปรับเพิ่มเป้ารายได้จากผลิตภัณฑ์เป็น 6.07 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่เคยให้ไว้ 5.84 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนพฤษภาคม

อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงตลอดทั้งปีก็ถูกปรับขึ้นเช่นกัน โดยบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 14.5% เพิ่มขึ้นจากตัวเลข 13.5% ที่เคยให้ไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม

ราคาหุ้นในการซื้อขายนอกเวลาอาจเคลื่อนไหวต่างจากราคาช่วงตลาดปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งผลประกอบการจริงและตัวเลขคาดการณ์ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ราคาหุ้นจึงตอบสนองอย่างรวดเร็วทันทีหลังประกาศผล

ราคาหุ้นสโนว์เฟลก ณ สิ้นสุดการซื้อขายตามเวลาปกติของวันที่ 2 สิงหาคม ปรับตัวขึ้นแล้ว 39% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 (S&P 500) ปรับขึ้นราว 12% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ผลประกอบการครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาว่าการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ในสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผลสะท้อนแค่ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และคลาวด์เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงผลประกอบการของบริษัทซอฟต์แวร์ด้านข้อมูลด้วย ก่อนหน้านี้ โตเกนโพสต์เคยรายงานถึงแนวโน้มการใช้จ่ายด้าน AI ที่สวนทางกับความชัดเจนของผู้รับผิดชอบภายในองค์กร

ผลประกอบการของสโนว์เฟลกยังคงเป็นตัวชี้วัดว่าการนำ AI มาใช้ในองค์กรจะแปลงเป็นบัญชีผู้ใช้งานจริงและรายได้จากผลิตภัณฑ์ได้มากน้อยเพียงใด โดยการประชุมทางโทรศัพท์ชี้แจงผลประกอบการมีกำหนดจัดขึ้นเวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย วันที่ 3 กันยายน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1