Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

คุก 1 ปี! หนุ่ม 34 แลกเทเธอร์(USDT) เถื่อน 3,400 ล้านวอนผ่านเทเลแกรม

เงินสดวางอยู่ข้างสมาร์ทโฟน / TokenPost.ai

ชายวัย 34 ปีที่เปิดร้านแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไม่จดทะเบียน ระดมลูกค้าผ่านเทเลแกรมเพื่อแลกเทเธอร์(USDT) เป็นเงินสด ถูกศาลเกาหลีใต้พิพากษาจำคุก 1 ปี จากการทำธุรกรรมมูลค่ารวมกว่า 3,400 ล้านวอน

ศาลแขวงชุนชอน (Chuncheon District Court) แผนกคดีอาญาที่ 1 เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ว่า จอง จงกอน (Jung Jong-geon) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ พิพากษาจำคุกนาย A (34) เป็นเวลา 1 ปี ในความผิดฐานฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเฉพาะ (Specific Financial Information Act) นาย A ถูกฟ้องร่วมกับคนรู้จักคือนาย B และนาย C จากการรับโอนเทเธอร์รวม 2,286,971 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 3,390 ล้านวอน จากลูกค้ารวม 152 ครั้ง ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนส่งมอบเป็นเงินสดหลังหักค่าธรรมเนียม

วิธีที่กลุ่มนี้ใช้เรียกว่า 'การแลกเปลี่ยนมือต่อมือ' คือเปิดช่องทางแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลบนเทเลแกรมเพื่อดึงลูกค้า จากนั้นนัดพบลูกค้าโดยตรง รับเทเธอร์แล้วส่งมอบเงินสดคืนหลังหักค่าธรรมเนียม 2-5%

การแลกเปลี่ยนแบบมือต่อมือคือการที่คู่สัญญานัดพบกันโดยตรงเพื่อแลกสินทรัพย์ดิจิทัลกับเงินสด โดยไม่ผ่านกระดานเทรดออนไลน์ ทำให้หลุดพ้นจากขั้นตอนบัญชีชื่อจริง การยืนยันตัวตนลูกค้า และการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติของกระดานเทรด จึงมีเสียงวิจารณ์มานานว่าเป็นช่องทางที่ตรวจสอบที่มาและเส้นทางเงินได้ยาก

จากการสอบสวนพบว่า นาย A และนาย B รับหน้าที่หาลูกค้าผ่านเทเลแกรมและนัดพบเพื่อทำธุรกรรม ส่วนนาย C ทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า พร้อมทั้งโปรโมตช่องทางเทเลแกรมและเดินทางไปพบลูกค้าต่างจังหวัดด้วยตัวเอง

ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่ใช่ธุรกรรมเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการแบ่งบทบาทกันทำธุรกิจแลกเปลี่ยนแบบไม่จดทะเบียนซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยระยะเวลาที่ทำธุรกรรมนานกว่า 5 เดือน และจำนวนครั้งที่สูงถึง 152 ครั้ง ถูกนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดโทษ

กฎหมายว่าด้วยข้อมูลธุรกรรมทางการเงินเฉพาะ (Specific Financial Information Act) กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต้องแจ้งชื่อกิจการ ชื่อผู้แทน ที่ตั้งสำนักงาน และช่องทางติดต่อ ต่อผู้อำนวยการหน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเกาหลี (FIU) โดยมาตรา 7 ของกฎหมายฉบับนี้ตามที่เผยแพร่โดยศูนย์ข้อมูลกฎหมายแห่งชาติเกาหลี (Korea National Law Information Center) ก็ระบุหน้าที่การแจ้งจดทะเบียนของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไว้เช่นกัน

หน้าที่แจ้งจดทะเบียนนี้เป็นกลไกให้หน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบการมีอยู่และโครงสร้างธุรกิจของผู้ประกอบการได้ การประกอบธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนจึงไม่ใช่แค่การละเลยขั้นตอนทางปกครอง แต่ยังเข้าข่ายความผิดทางอาญา เพราะเป็นการทำธุรกรรมซ้ำ ๆ นอกระบบป้องกันการฟอกเงิน

จอง จงกอน (Jung Jong-geon) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ ระบุว่า "การฟอกเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้อาชญากรรมร้ายแรงอย่างการหลอกลวงทางโทรศัพท์ การพนัน และยาเสพติด สำเร็จลุล่วงได้จริง การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่แจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องได้รับการลงโทษอย่างเข้มงวด" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าศาลมองช่องทางแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินสดว่าเป็นความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับการซุกซ่อนเงินที่ได้จากอาชญากรรมอย่างจริงจัง

ผู้พิพากษาคนเดียวกันกล่าวต่อว่า "จำเลยทำหน้าที่รับสินทรัพย์ดิจิทัลมาแลกเป็นเงินสดและส่งมอบซ้ำ ๆ ต่อเนื่องนานกว่า 5 เดือน และได้รับผลประโยชน์จำนวนมาก จึงถือว่ามีความผิดร้ายแรง" อย่างไรก็ตาม ศาลนำการที่นาย A ยอมรับสารภาพและไม่เคยมีประวัติกระทำผิดลักษณะเดียวกันมาก่อน มาพิจารณาลดหย่อนโทษด้วย

คดีนี้สะท้อนว่าช่องแชทแบบปิดอย่างเทเลแกรมสามารถถูกใช้เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลผิดกฎหมายได้ เทเธอร์(USDT) เป็นสเตเบิลคอยน์ที่ออกแบบให้มูลค่าอิงกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในคดีนี้ถูกใช้เป็นสื่อกลางที่ลูกค้าโอนเทเธอร์ให้ฝ่ายจำเลยแล้วรับเงินสดกลับไป

สเตเบิลคอยน์ถูกออกแบบมาให้มีความผันผวนด้านราคาต่ำ จึงมักถูกใช้แทนเงินสดในการซื้อขายและชำระเงินทั่วไป แต่หากถูกแปลงเป็นเงินสดซ้ำ ๆ นอกกระบวนการแจ้งจดทะเบียนและยืนยันตัวตนลูกค้า ก็จะยิ่งตรวจสอบเส้นทางเงินได้ยากขึ้น และเปิดช่องให้กลายเป็นเครื่องมือซุกซ่อนเงินที่ได้จากอาชญากรรมได้ง่ายขึ้น

ในเกาหลีใต้ยังมีการหารือต่อเนื่องเรื่องการขยายขอบเขตกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่จดทะเบียน ก่อนหน้านี้ โทเคนโพสต์เคยรายงานความเคลื่อนไหวผลักดันแก้กฎหมายให้หน่วยงานวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเกาหลีมีอำนาจสอบสวนผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่จดทะเบียนโดยตรงมาแล้ว

ก่อนหน้านี้ศาลเกาหลีใต้เคยมีคำพิพากษาจำคุกจริงในคดีฟอกเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลมาแล้วเช่นกัน คำพิพากษาครั้งนี้จึงตอกย้ำชัดเจนอีกครั้งว่า การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่จดทะเบียนไม่ได้จบแค่การแลกเปลี่ยนธรรมดา แต่อาจกลายเป็นช่องทางฟอกเงินได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1