Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

14.57% ผลตอบแทนแฝงในฟิวเจอร์สริปเปิล(XRP) ของบิตไวส์ ชี้สัญญาณเทรด Cash-and-Carry คู่สปอต

ตารางถือครองกองทุนที่ระบุปริมาณสปอตที่รับฝากและสัญญาฟิวเจอร์ส / TokenPost.ai

บิตไวส์ (Bitwise) กองทุน Crypto Carry Fund (USCC) เปิดเผยโครงสร้างการถือครองที่ผูกสถานะสปอตรับฝากริปเปิล(XRP) เข้ากับสถานะขายฟิวเจอร์สในปริมาณที่ใกล้เคียงกันมาก โดยอัตราผลตอบแทนแฝงต่อปีที่ระบุในรายการฟิวเจอร์สอยู่ที่ 14.57% ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอนุพันธ์ริปเปิลกำลังมีการเทรดที่เก็งกำไรจาก 'ส่วนต่างราคา' ระหว่างสปอตกับฟิวเจอร์ส มากกว่าการเดิมพันทิศทางราคาโดยตรง

บิตไวส์ระบุในตารางการถือครองของ USCC ว่า ณ เวลา 05.00 น. วันที่ 2 กันยายน (เวลาเกาหลีใต้) กองทุนถือครองริปเปิลที่รับฝากไว้จำนวน 10,781,438.36 เหรียญ และถือสถานะขายฟิวเจอร์สริปเปิลสัญญาเดือนกันยายนของคอยน์เบส($COIN) จำนวน -10,510,000 เหรียญ โดยทั้งสองสถานะมีขนาดใกล้เคียงกัน คิดเป็น 97.48% ของปริมาณ

มูลค่าตามสัญญา (notional value) ของรายการฟิวเจอร์สอยู่ที่ -14,022,442 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.9 หมื่นล้านวอน) เครื่องหมายลบบ่งบอกว่าสถานะฟิวเจอร์สดังกล่าวเป็นฝั่ง 'ขาย'

โครงสร้างนี้ใกล้เคียงกับกลยุทธ์ Cash-and-Carry ที่ถือสปอตพร้อมขายฟิวเจอร์สเพื่อทำกำไรจาก 'เบสิส' (Basis) ซึ่งหมายถึงส่วนต่างระหว่างราคาสปอตกับราคาฟิวเจอร์ส โดยทั่วไปเมื่อราคาฟิวเจอร์สสูงกว่าราคาสปอต นักลงทุนจะซื้อสปอตพร้อมขายฟิวเจอร์สไว้พร้อมกัน เพื่อล็อกส่วนต่างราคาไว้จนถึงวันครบกำหนดสัญญา

บิตไวส์อธิบายว่า USCC เป็นกองทุนกลยุทธ์เบสิสที่ใช้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาสปอตกับฟิวเจอร์ส อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าข้อมูลการถือครองที่เปิดเผยยังไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายที่ผ่านการตรวจสอบบัญชีแบบไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ และพอร์ตอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามดุลยพินิจการบริหารกองทุน

คอยน์เบสระบุว่าสัญญาฟิวเจอร์สริปเปิลเดือนกันยายนดังกล่าวเป็นสัญญาชำระด้วยเงินสดรายเดือน โดย 1 สัญญาเท่ากับ 500 XRP หากคำนวณอย่างง่าย สถานะขายฟิวเจอร์สริปเปิลของบิตไวส์จะอยู่ที่ประมาณ 21,020 สัญญา

รายงานฟิวเจอร์สทางการเงิน (Commitments of Traders) ของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ (CFTC) ฉบับวันที่ 1 กันยายน ก็แสดงสัดส่วนสถานะขายริปเปิลที่สูงเช่นกัน โดยในสัญญาริปเปิลของ CME กลุ่มกองทุนที่ใช้เลเวอเรจ (Leveraged Funds) ถือสถานะซื้อ 1,135 สัญญา และสถานะขาย 2,557 สัญญา

ส่วนสัญญาริปเปิลแบบ Nano Perp-style ของคอยน์เบส กลุ่มกองทุนที่ใช้เลเวอเรจถือสถานะซื้อ 14,970 สัญญา และสถานะขาย 37,231 สัญญา ทั้งสองสัญญามีจำนวนสถานะขายมากกว่าสถานะซื้อ

อย่างไรก็ตาม ไม่อาจตีความตัวเลขเหล่านี้ว่าเป็นการเดิมพันราคาริปเปิลขาลงโดยตรง เนื่องจากรายงานของ CFTC ไม่ได้แยกระหว่างการทำเฮดจ์ (Hedge) กับการเทรดเชิงทิศทาง (Directional Trade)

สถาบันที่ถือสปอตอยู่แล้วอาจขายฟิวเจอร์สเพื่อลดความผันผวนของราคาได้ ขณะเดียวกันก็สามารถถือทั้งสองสถานะพร้อมกันเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาสปอต-ฟิวเจอร์สได้เช่นกัน

คอยน์เดสก์ (CoinDesk) รายงานว่า ณ วันที่ 31 สิงหาคม ยอดสัญญาคงค้าง (Open Interest) ของฟิวเจอร์สริปเปิลลดลง 16% ในรอบ 2 สัปดาห์ แต่สัดส่วนที่ซื้อขายผ่าน CME กลับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10% เป็น 17% ขณะที่สถานะขายสุทธิ (Net Short) ของกลุ่มกองทุนที่ใช้เลเวอเรจในช่วงเดียวกันขยายตัวขึ้นเป็นประมาณ 116 ล้าน XRP

คอยน์เดสก์ตีความความเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นสัญญาณที่การเทรดฟิวเจอร์สริปเปิลกำลังย้ายเข้าสู่ตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ทั้งนี้ ยอดสัญญาคงค้างคือยอดคงเหลือของสัญญาฟิวเจอร์สที่ยังไม่ถูกปิดหรือครบกำหนด ซึ่งรวมทั้งสถานะซื้อและขาย จึงไม่ได้บ่งชี้ทิศทางราคาโดยตรงในตัวมันเอง

บิตไวส์ระบุในเอกสารข่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนว่า USCC เป็นกองทุนแบบโทเคไนซ์ (Tokenized Fund) ที่ใช้กลยุทธ์เก็งกำไรส่วนต่างราคาสปอต-ฟิวเจอร์สของบิตคอยน์(BTC) อีเธอเรียม(ETH) ริปเปิล(XRP) และโซลานา(SOL) ขณะที่พลูม (Plume) โพสต์ผ่าน X แจ้งการเชื่อมต่อ USCC กับ ether.fi โดยเน้นย้ำการให้ผลตอบแทนแบบออนเชน

ข้อมูลชุดนี้ต่างไปจากการตีความอย่างง่ายที่มองว่าริปเปิลเคลื่อนไหวจากแรงซื้อของสถาบันเพียงอย่างเดียว ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่าเม็ดเงินจาก ETF สปอตริปเปิลกระจุกตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์ของบิตไวส์ แต่ยอดไหลเข้าเพียงวันเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าความต้องการจากสถาบันขยายตัวขึ้น

ในตัวอย่างข้อมูล USCC ที่เปิดเผย สถานะรับฝากสปอตกับสถานะขายฟิวเจอร์สถูกผูกไว้ในขนาดที่ใกล้เคียงกันมาก ข้อมูลของ CFTC และรายงานของคอยน์เดสก์ก็สะท้อนว่าภายในตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล มีทั้งการขายทำกำไร การเฮดจ์ และการเก็งกำไรส่วนต่างราคาอยู่ร่วมกัน

ตารางการถือครองของกองทุนเดียวและสถานะฟิวเจอร์สเพียงชุดเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปความต้องการของสถาบันในภาพรวม หรือทิศทางราคาริปเปิลทั้งตลาด ตัวเลข 14.57% เองก็ไม่ใช่ผลตอบแทนที่การันตี แต่เป็นอัตราผลตอบแทนแฝงต่อปีที่คำนวณจากรายการฟิวเจอร์สที่ถือครองอยู่เท่านั้น ผลตอบแทนจริงยังขึ้นอยู่กับค่าธรรมเนียม ต้นทุนการทำรายการ ต้นทุนการต่ออายุสัญญา (Rollover) และเบสิสที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันครบกำหนด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1