เกิดการประเมินว่ารายได้ที่เกี่ยวข้องกับ AQAv2 ของไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid, HYPE) อาจสูงถึงปีละ 193 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นวันละราว 527,000 ดอลลาร์ ที่อาจไหลเข้าเป็น 'เงินทุนซื้อคืน' เหรียญ HYPE
วูบล็อกเชน(Wu Blockchain) รายงานเมื่อวันที่ 6 เวลา 10:29 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ว่า แม็คเคนนา(McKenna) หุ้นส่วนผู้จัดการของอารีเต แคปิตอล(Arete Capital) ได้ประเมินอัตราผลตอบแทนและรายได้ต่อปีจากกระแสยอดคงเหลือของยูเอสดีคอยน์(USDC) ในกระเป๋า AQAv2 ของไฮเปอร์ลิควิด ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่ไฮเปอร์ลิควิดประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการประเมินของนักวิเคราะห์โดยอ้างอิงยอดคงเหลือบนเชนและระดับอัตราดอกเบี้ย
ตามการคำนวณของแม็คเคนนา ยอดคงเหลือ USDC ที่เกี่ยวข้องกับ AQAv2 อยู่ที่ประมาณ 6,210 ล้านดอลลาร์ เมื่อใช้อัตราดอกเบี้ย SOFR ระยะ 30 วันที่ 3.65% อัตราผลตอบแทน AQA ตามตัวชี้วัดจะออกมาอยู่ที่ราว 3.10%
หากสมมติว่าประมาณ 90% ของรายได้นี้ไหลเข้ากองทุน Assistance Fund จะมี 'แรงกดดันด้านการซื้อคืน' ที่อาจเกิดขึ้นราวปีละ 193 ล้านดอลลาร์ หรือวันละ 527,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ยอดเงินที่ไหลเข้าจริงอาจเปลี่ยนแปลงไปตามความผันผวนของยอดคงเหลือ อัตราดอกเบี้ยที่ใช้ และวิธีปรับค่าใช้จ่าย
AQAv2 เคยถูกรายงานว่าเป็นโครงสร้างที่นำรายได้จากเงินสำรองสเตเบิลคอยน์ไหลเข้าสู่กองทุน Assistance Fund โดยรายได้ส่วนนี้ถูกอธิบายว่าใช้เป็นเงินทุนสำหรับการซื้อคืนเหรียญ HYPE
ก่อนหน้านี้ไฮเปอร์ลิควิดเริ่มบันทึกรายได้จาก AQAv2 โดยนำรายได้จากเงินสำรองสเตเบิลคอยน์มาเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนซื้อคืน HYPE ทั้งนี้ โทเคนโพสต์(TokenPost) เคยรายงานว่าไฮเปอร์ลิควิดเริ่มบันทึกรายได้จาก AQAv2 และนำรายได้จากเงินสำรองสเตเบิลคอยน์มาเสริมเป็นเงินทุนซื้อคืน HYPE
การประเมินครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเงินทุนดังกล่าวมีขนาดเท่าใดภายใต้เงื่อนไขยอดคงเหลือ USDC และอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ซึ่งต่างจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายทั่วไป เพราะเป็นเงินทุนแยกต่างหากที่มาจากเงินสำรองสเตเบิลคอยน์ และเชื่อมโยงกับโครงสร้างการซื้อคืน HYPE
ตัวเลขที่กล่าวถึงในบทความนี้เป็นการคำนวณของนักวิเคราะห์ที่ระบุว่าประมาณการรายได้ AQAv2 อาจเชื่อมโยงกับเงินทุนซื้อคืน HYPE ได้ ทั้งนี้ ขนาดของเงินทุนไม่ได้หมายความถึงผลต่อราคาโดยตรง ยังต้องติดตามวิธีดำเนินการจริงและการเปลี่ยนแปลงของปริมาณหมุนเวียนควบคู่กันไป
ตัวแปรสำคัญของการคำนวณครั้งนี้ได้แก่ ยอดคงเหลือ USDC อัตรา SOFR ระยะ 30 วัน และสัดส่วนการจัดสรรเข้ากองทุน Assistance Fund หากตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งเปลี่ยนไป ตัวเลขประเมินรายได้ต่อปีและยอดเงินที่อาจซื้อคืนได้ต่อวันก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่ารายได้จาก AQAv2 เริ่มถูกบันทึกตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม และการจ่ายเงินครั้งแรกเข้ากองทุน Assistance Fund มีกำหนดในวันที่ 3 ตุลาคม จุดที่ต้องติดตามต่อไปคือขนาดเงินที่ไหลเข้าจริงหลังการจ่ายครั้งแรกจะสอดคล้องกับตัวเลขประเมินนี้มากน้อยเพียงใด
ความคิดเห็น 0