ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) กำลังทดสอบฟีเจอร์ ‘รายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าถึง’ หรือ whitelist (allowlist) บนเครือข่ายทดสอบ (testnet) สำหรับตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ (perp) ของตัวเอง โดยให้ผู้ดำเนินการที่ deploy ตลาดนั้น (deployer) หรือผู้ดำเนินการระดับรอง (sub-deployer) เป็นคนกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงด้วยตัวเอง
เว็บไซต์ CryptoSlate รายงานว่าพบฟีเจอร์นี้บน testnet เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ทั้งนี้ตลาด HIP-3 ที่เปิดใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ และยังไม่มีกำหนดว่าฟีเจอร์นี้จะถูกนำไปใช้บนเมนเน็ต (mainnet) เมื่อใด
ฟีเจอร์ใหม่นี้ถูกเรียกว่า ‘HIP-3*’ ตามเอกสารทางการของไฮเปอร์ลิควิด HIP-3 คือกรอบการทำงานแบบ permissionless ที่เปิดให้นักพัฒนาภายนอก (builder) เข้ามากำหนดตลาดเอง ตั้งแต่การตั้งค่าตลาด ระบบ oracle อัตราเลเวอเรจ ไปจนถึงการชำระราคา ส่วน HIP-3* คือชั้นเพิ่มเติมที่วางอยู่บนโครงสร้างนี้ เพื่อควบคุมการเข้าถึงเป็นรายตลาด (venue) แต่ละแห่ง
ก่อนหน้านี้ไฮเปอร์ลิควิดได้จัดทำเอกสารสำหรับผู้ deploy ตลาด HIP-3 ไว้แล้ว ซึ่งครอบคลุมเครื่องมือบริหารจัดการอย่างสิทธิ์ของ sub-deployer การปรับค่าธรรมเนียม โหมด growth mode และโหมด margin ดังนั้นฟีเจอร์ whitelist นี้จึงไม่ใช่ระบบใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการ ‘แบ่งย่อย’ สิทธิ์ของผู้ดำเนินการที่มีอยู่แล้วให้ละเอียดขึ้นในระดับรายตลาด
ตามเอกสารทางการ ผู้ที่จะ deploy ตลาด HIP-3 บนเมนเน็ตต้องมีคุณสมบัติด้าน staking เหรียญ HYPE ตามเกณฑ์ที่กำหนด ด้วยเงื่อนไขนี้ทำให้จำนวนตลาด HIP-3 ในปัจจุบันยังมีไม่มากนัก โดยข้อมูลรวบรวมเมื่อเดือนก่อนหน้าพบว่ารายได้รวมของไฮเปอร์ลิควิดกว่า 90.7% มาจากตลาด perp แบบดั้งเดิม (native) ขณะที่รายได้จากตลาด HIP-3 ยังคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่า
ท่ามกลางทิศทางนี้ ฟีเจอร์ whitelist จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือบริหารจัดการที่ไฮเปอร์ลิควิดทยอยเพิ่มเข้ามาในช่วงที่ผ่านมา
สื่อบางแห่งตีความว่าฟีเจอร์นี้อาจเป็นช่องทางเปิดตลาดสำหรับนักลงทุนในสหรัฐฯ หรือกลุ่มสถาบันที่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด โดยเว็บไซต์ CryptoNews ระบุว่า whitelist อาจถูกนำไปใช้เปิดตลาดที่มีข้อกำหนดด้านกฎระเบียบสูง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียง 'การตีความ' เท่านั้น เอกสารและประกาศทางการของไฮเปอร์ลิควิดยังไม่ยืนยันเรื่องการเปิดให้บริการในสหรัฐฯ หรือการได้รับอนุมัติด้านกฎระเบียบแต่อย่างใด
ที่ผ่านมาไฮเปอร์ลิควิดมีประวัติขยายความร่วมมือกับเงินทุนสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนมีนาคม S&P Dow Jones Indices ได้มอบใบอนุญาตสัญญา perp อ้างอิงดัชนี S&P 500 ให้กับ Trade[XYZ] และในเดือนพฤษภาคม Talos ก็ประกาศเชื่อมต่อระบบให้ลูกค้าสถาบันสามารถเข้าถึงตลาด spot และ perp ของไฮเปอร์ลิควิดได้ ฟีเจอร์ whitelist ครั้งนี้จึงถูกพูดถึงในบริบทเดียวกันกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว
เมื่อเปิดใช้งาน whitelist ผู้ดำเนินการที่ deploy ตลาดจะสามารถคัดกรองผู้เข้าร่วมได้ละเอียดขึ้น ขณะที่กระเป๋าเงินที่ไม่อยู่ในรายชื่อสิทธิ์จะไม่สามารถเข้าตลาดใหม่ที่เปิดใช้ระบบนี้ได้
ในโซเชียลมีเดีย มีการตีความไฮเปอร์ลิควิดในฐานะโครงสร้างพื้นฐานอนุพันธ์บนเชนสำหรับสินทรัพย์โลกจริง (RWA) และกลุ่มสถาบันอยู่ก่อนแล้ว และฟีเจอร์ whitelist นี้ก็ถูกพูดถึงต่อในทิศทางเดียวกัน
บทวิเคราะห์จากคอมมูนิตี้เน้นย้ำว่าฟีเจอร์นี้ไม่ใช่กลไกปิดตลาดทั้งหมด แต่เป็นเครื่องมือให้ผู้ดำเนินการคัดเลือกผู้เข้าร่วมภายในแต่ละตลาด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนจากเอกสารทางการว่ากระเป๋าเงินที่อยู่นอกรายชื่อสิทธิ์จะยังคงโพซิชั่นเดิมไว้ได้หรือต้องถูกบังคับปิด
ด้านราคา ยังไม่พบทิศทางที่ชัดเจนทั้งก่อนและหลังการทดสอบฟีเจอร์นี้ ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า HYPE ปิดที่ 87.45 ดอลลาร์ในวันที่ 3 กันยายน ก่อนปรับลงมาที่ 84.43 ดอลลาร์ในวันที่ 4 กันยายน จากนั้นขยับขึ้นมาที่ 85.41 ดอลลาร์ในวันที่ 5 กันยายน และ 87.95 ดอลลาร์ในวันที่ 6 กันยายน หรือเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 84-88 ดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ไฮเปอร์ลิควิดได้ทยอยเพิ่มฟีเจอร์ให้กับ HIP-3 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบ cross margin และค่าธรรมเนียมแบบ priority fee ดังนั้นฟีเจอร์ whitelist จึงถือเป็นอีกหนึ่งอัปเดตที่ต่อยอดจากความเคลื่อนไหวเหล่านี้
ส่วนกำหนดการว่าฟีเจอร์ whitelist จะถูกนำขึ้นเมนเน็ตเมื่อใดนั้น ทางไฮเปอร์ลิควิดจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในประกาศครั้งถัดไป
ความคิดเห็น 0