ยูเอสดีดี(USDD) สเตเบิลคอยน์แบบกระจายศูนย์ มียอดหมุนเวียนแตะ 1,530 ล้านเหรียญเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่สินทรัพย์สำรองอยู่ที่ 2,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราค้ำประกัน(Collateral Ratio) 147.96%
ตัวเลขดังกล่าวเปิดเผยในรายงานความโปร่งใสประจำเดือนสิงหาคมของยูเอสดีดี ซึ่งครอบคลุมข้อมูลสินทรัพย์สำรอง การบริหารผลตอบแทน ความมั่นคงทางการเงิน และความคืบหน้าการขยายระบบนิเวศ โอเดลี(Odaily) เป็นผู้รายงานเรื่องนี้ (อ่านรายงานต้นฉบับ)
อัตราค้ำประกันเป็นตัวชี้วัดที่แสดงขนาดของสินทรัพย์สำรองเมื่อเทียบกับสเตเบิลคอยน์ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ ตัวเลข 147.96% ที่เปิดเผยครั้งนี้สะท้อนโครงสร้างแบบ ‘ค้ำประกันเกินมูลค่า’ ที่สินทรัพย์สำรองมีมากกว่ายอดหมุนเวียนจริง
ยอดหมุนเวียนและอัตราค้ำประกันของยูเอสดีดีเป็นตัวเลขที่สามารถเทียบเคียงกับรายงานรายเดือนก่อนหน้าได้ ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานยอดหมุนเวียนและอัตราค้ำประกันของยูเอสดีดีในเดือนกรกฎาคมไว้แล้ว
รายงานระบุว่าในเดือนสิงหาคม ‘วอลต์(Vault)’ ของยูเอสดีดีขยายขอบเขตเข้าสู่ระบบนิเวศอีเธอเรียม(Ethereum) โดยผู้ใช้สามารถนำอีเธอเรียม(ETH) และ Wrapped Bitcoin(WBTC) มาวางเป็นหลักประกันเพื่อออกยูเอสดีดีได้แล้ว
วอลต์ของยูเอสดีดีเป็นโครงสร้างที่ให้ผู้ใช้ฝากสินทรัพย์ค้ำประกันเพื่อแลกกับการออกสเตเบิลคอยน์ การขยายครั้งนี้ทำให้ช่องทางการออกยูเอสดีดีที่เคยกระจุกตัวอยู่ในเครือข่ายทรอน(TRX) เพิ่มระบบนิเวศอีเธอเรียมเข้ามาอีกทาง
ในส่วนของเครือข่ายทรอน ฟีเจอร์ ‘โอนแบบไม่เสียค่าแก๊ส(Gas-free Transfer)’ เริ่มรองรับยูเอสดีดีแล้ว ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องเตรียมค่าธรรมเนียมแก๊สแยกต่างหากเมื่อโอนยูเอสดีดี
รายงานยังระบุถึงความร่วมมือกับไบแนนซ์ วอลเล็ท(Binance Wallet), เกท เด็กซ์(Gate DEX) และเพนเดิล(PENDLE) แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น ปริมาณธุรกรรมหรือจำนวนผู้ใช้งานจากความร่วมมือดังกล่าว
ด้านผลตอบแทนสะสมของ ‘สมาร์ท อัลโลเคเตอร์(Smart Allocator)’ อยู่ที่ 26.738 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ใหม่ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 3.015 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
สมาร์ท อัลโลเคเตอร์เป็นระบบที่นำเงินทุนส่วนที่ยังไม่ได้ใช้งานในโปรโตคอลยูเอสดีดีไปบริหารเพื่อสร้างผลตอบแทน แล้วกระจายคืนให้กับผู้มีส่วนร่วมในระบบนิเวศ โดยรายงานฉบับนี้เปิดเผยทั้งผลตอบแทนและตัวชี้วัดสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ยูเอสดีดีระบุในรายงานว่าจะเดินหน้าขยายขนาดระบบนิเวศ เพิ่มประโยชน์ใช้สอย และผสานการทำงานร่วมกับโปรโตคอลดีไฟ(DeFi) รายใหญ่ต่อไป ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยเป้าหมายตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับยอดหมุนเวียนหรือขนาดผลตอบแทนในอนาคต
ความคิดเห็น 0