หนี้สินของการทางพิเศษเกาหลี (Korea Expressway Corporation) มีแนวโน้มเพิ่มจาก 47.854 ล้านล้านวอนในปีนี้ เป็น 54.1598 ล้านล้านวอนภายในปี 2029 ท่ามกลางการออก ‘พันธบัตร’ เพื่อระดมทุนสร้างทางด่วนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ค่าผ่านทางยังคงอัตราเดิมมานาน 11 ปีติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2015
แผนบริหารการเงินระยะกลางปี 2026-2030 ของการทางพิเศษเกาหลี ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 (ตามเวลาท้องถิ่น) ระบุว่า หนี้สินปีนี้ประเมินไว้ที่ 47.854 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 738.8 พันล้านวอนจากตัวเลขที่เคยประเมินไว้เมื่อปีก่อนที่ 47.1152 ล้านล้านวอน
ตัวเลขคาดการณ์หนี้สินปี 2029 ก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน จากเดิมที่เคยประเมินไว้ 52.7883 ล้านล้านวอน เป็น 54.1598 ล้านล้านวอน หรือเพิ่มขึ้น 1.3715 ล้านล้านวอน ส่งผลให้ ‘อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน’ ปีนี้ขยับขึ้นเป็น 100.4% และปี 2029 อยู่ที่ 106.5% สูงกว่าแผนเดิม 1.3 จุดและ 2.8 จุดตามลำดับ
สาเหตุหลักที่ทำให้หนี้สินพุ่งขึ้นมาจากการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนก่อสร้างทางด่วน ข้อมูลสถิติการครบกำหนดไถ่ถอนพันธบัตรของยอนฮับอินโฟแม็กซ์ (Yonhap Infomax) ระบุว่า ปีนี้การทางพิเศษเกาหลีออกพันธบัตรรวมตราสารระยะสั้นอย่างตั๋วเงินระยะสั้น (CP) แล้วทั้งสิ้น 7.8807 ล้านล้านวอน
เทียบกับช่วงเดียวกัน (มกราคม-กันยายน) ของปี 2021 และ 2022 ที่ออกพันธบัตร 6.0948 ล้านล้านวอน และ 6.8086 ล้านล้านวอนตามลำดับ ส่วนทั้งปี 2023 ยอดออกพันธบัตรพุ่งไปถึง 9.4131 ล้านล้านวอน
เมื่อออกพันธบัตรสุทธิต่อเนื่อง ยอดคงค้างพันธบัตรจึงเพิ่มจาก 30 ล้านล้านวอนเมื่อสิ้นปี 2021 เป็น 42.6563 ล้านล้านวอนในปัจจุบัน ขณะที่ ‘หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย’ ซึ่งรวมทั้งพันธบัตรและเงินกู้ยืม เพิ่มจาก 41.3332 ล้านล้านวอนเมื่อปีก่อน เป็น 44.6890 ล้านล้านวอนในปีนี้ และคาดว่าจะแตะ 53.6683 ล้านล้านวอนภายในปี 2030
ภาระดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยปีนี้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยประเมินไว้ที่ 1.0051 ล้านล้านวอน และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 1.4751 ล้านล้านวอนภายในปี 2030 เมื่อทั้งยอดคงค้างพันธบัตรและหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทก็ยิ่งสูงขึ้น โดยไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากค่าผ่านทางหรือรายได้จากการดำเนินงานอื่น
ในอีกด้านหนึ่ง ค่าผ่านทางทางด่วนของเกาหลีใต้ไม่ได้ปรับขึ้นเลยนับตั้งแต่ปี 2015 ขณะที่มูลค่าการยกเว้น-ลดหย่อนค่าผ่านทางกลับเพิ่มขึ้นจาก 346.2 พันล้านวอนในปี 2021 เป็น 471.2 พันล้านวอนเมื่อปีที่แล้ว
การทางพิเศษเกาหลีชี้แจงว่า มาตรการลดหย่อนค่าผ่านทาง ซึ่งรวมถึงการยกเว้นค่าผ่านทางช่วงเทศกาลสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนราว 10% ของรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมด และมองว่าการตรึงค่าผ่านทางพร้อมขยายมาตรการลดหย่อนเป็นปัจจัยกดดันฐานะการเงินของบริษัท
ประมาณการ ‘กำไรสุทธิ’ ก็ถูกปรับลดลงเช่นกัน จากแผนปีก่อนที่คาดว่าปีนี้จะทำกำไรสุทธิ 116.1 พันล้านวอน และปี 2029 จะอยู่ที่ 124.4 พันล้านวอน แต่แผนฉบับล่าสุดปรับลดเหลือเพียง 66.8 พันล้านวอน และ 47.3 พันล้านวอนตามลำดับ
การชะลอตัวของยอดขายจากพื้นที่บริการ (จุดพักรถ) และการปรับโครงสร้างการบริหารจุดพักรถ เป็นปัจจัยที่ถูกนำมาคำนวณในประมาณการกำไรสุทธิที่ลดลง กล่าวได้ว่าเมื่อรายได้จากค่าผ่านทางถูกจำกัด ขณะที่ภาระการระดมทุนก่อสร้างและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ก็ยิ่งกดดันฐานะการเงินของบริษัทมากขึ้น
ภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นของการทางพิเศษเกาหลี สอดคล้องกับแนวโน้มหนี้สินที่ขยายตัวของหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เช่นกัน ก่อนหน้านี้เคยมีการประเมินว่าหนี้สินของหน่วยงานรัฐที่เพิ่มขึ้นอาจกลายเป็นแรงกดดันด้านอุปทานต่อตลาดตราสารหนี้ภาครัฐวิสาหกิจ และกรณีของการทางพิเศษเกาหลีก็สะท้อนภาพยอดคงค้างพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขในแผนฉบับนี้เป็นเพียงประมาณการด้านการบริหารการเงิน หนี้สินและภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณการออกพันธบัตร อัตราดอกเบี้ย และความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างจริง ขณะที่ขนาดมาตรการลดหย่อนค่าผ่านทางก็อาจเปลี่ยนแปลงไปตามการตัดสินใจเชิงนโยบายในอนาคต
เจ้าหน้าที่การทางพิเศษเกาหลีกล่าวว่า “จะพยายามอย่างเต็มที่ในการหารือเพื่อปรับขึ้นค่าผ่านทาง” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าบริษัทยังคงผลักดันการเจรจาปรับค่าผ่านทางให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงต่อไป โดยการทางพิเศษเกาหลีมีแผนเดินหน้าหารือเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0