บริษัทหลักทรัพย์เอ็นเอช (NH Investment & Securities) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น 'เอสออยล์' (S-Oil, 010950) จากเดิม 165,000 วอน เป็น 210,000 วอน หรือเพิ่มขึ้น 27.3% พร้อมคงคำแนะนำการลงทุนที่ระดับ 'ซื้อ' ไว้เช่นเดิม
ชเว ยองกวาง(Choi Young-kwang) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เอ็นเอช ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 7 ว่า "จากการพิจารณาว่าภาวะตลาดโรงกลั่นน้ำมันจะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องยาวนานกว่าที่คาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปี 2027 ขึ้น 25.7% จากเดิม" คำอธิบายนี้สะท้อนมุมมองว่าแนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นของบริษัทกำลังดีขึ้นกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้มาก เขายังมองว่าราคาขายน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการ (OSP) ที่อ่อนตัวลง ประกอบกับค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งขึ้น จะทำให้ภาวะตลาดโรงกลั่นเป็นบวกต่อเนื่องไปอีกนาน พร้อมกล่าวเสริมว่า "ความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นของเอสออยล์จะดำเนินต่อไปอีกหลายปี และตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ยังมีโอกาสเห็นสัดส่วนการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น หลังวงจรการลงทุนด้านสินทรัพย์ถาวร (Capex) สิ้นสุดลง"
OSP คือราคาน้ำมันดิบที่ประเทศผู้ผลิตกำหนดขายให้กับโรงกลั่นแต่ละแห่ง ยิ่งราคานี้ต่ำเท่าไหร่ ต้นทุนการซื้อน้ำมันดิบของโรงกลั่นก็จะยิ่งลดลง ส่งผลดีต่อความสามารถในการทำกำไร
OSP สำหรับตลาดเอเชียในเดือนตุลาคมอยู่ที่ -2.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ชเวระบุว่า "สิ่งที่น่าสนใจคือ OSP ยังอยู่ในระดับต่ำแม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับขึ้น" พร้อมประเมินว่า "ท่ามกลางความพยายามกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบของแต่ละประเทศ ชาติผู้ผลิตในตะวันออกกลางจะยังคงพยายามรักษาส่วนแบ่งตลาดต่อไป ทำให้ OSP มีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว"
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 ชเวคาดว่าเอสออยล์จะมีกำไรจากการดำเนินงาน 1.2945 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 34.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 10.8% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เขาอธิบายว่า "ในธุรกิจโรงกลั่น แม้ OSP จะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าการกลั่นแบบแล็กกิ้ง (lagging margin) ที่ปรับขึ้นมากจะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน"
ส่วนธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น เขามองว่า "ราคาจะยังปรับขึ้นต่อเนื่องในอัตราที่รวดเร็ว แต่กำไรจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนเพียงเล็กน้อย เนื่องจากผลบวกจากการตีมูลค่าสต็อกในไตรมาสก่อนหน้าหมดไปแล้ว" ค่าการกลั่นแบบแล็กกิ้งเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนช่วงเวลาต่างกันระหว่างจุดที่ซื้อน้ำมันดิบกับจุดที่ขายผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปออกไป
ก่อนหน้านี้ วงการหลักทรัพย์เกาหลีใต้ก็เคยประเมินไปในทิศทางเดียวกันว่าภาวะตลาดโรงกลั่นน้ำมันอาจแข็งแกร่งยาวนานกว่าที่คาด โดยอี จินมยอง(Lee Jin-myung) และคิม มยองจู(Kim Myung-joo) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชินฮัน (Shinhan Investment & Securities) เคยระบุในบทวิเคราะห์ก่อนหน้านี้ว่า "ภาวะตลาดโรงกลั่นน้ำมันที่แข็งแกร่งจะยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้" และ "บริษัทจะยังขยายกำไรต่อเนื่องได้จากค่าการกลั่นที่สูงขึ้นและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง"
เบื้องหลังการขยายตัวของค่าการกลั่นถูกมองว่าเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซีย การผลิตที่ลดลงในจีน และความต้องการใช้น้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงฤดูกาล นักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวด้านอุปทานในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปยังล่าช้ากว่าตลาดน้ำมันดิบ ทำให้ค่าการกลั่นยังไม่ปรับลดลงง่ายๆ
ราคาหุ้นเอสออยล์ ณ เวลา 15.30 น. ของวันเดียวกัน อยู่ที่ 157,600 วอน เพิ่มขึ้น 300 วอน หรือ 0.19% จากวันก่อนหน้า ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 199,084 หุ้น
ความคิดเห็น 0