บิตคอยน์(BTC) ทดสอบระดับ '82,000 ดอลลาร์' อีกครั้งก่อนร่วงลงต่ำกว่า '80,000 ดอลลาร์' โดย AMBCrypto รายงานว่า BTC กลับไปทดสอบแนวโน้มดังกล่าวก่อนร่วงหลุด 80,000 ดอลลาร์ ขณะที่ Barron's รายงานว่า BTC ขึ้นไปแตะ 82,164 ดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาซื้อขายที่ 80,848 ดอลลาร์ ด้านสัญญาเปิด (Open Interest) ของบิตคอยน์บนไบแนนซ์(Binance) เพิ่มขึ้นราว 8% ในรอบ 24 ชั่วโมง ทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อย
มูลค่าซื้อขาย 'มีมคอยน์' หลักทะลุ 1,272 ล้านดอลลาร์ โดยอูบล็อกเชน(WuBlockchain) อ้างอิงข้อมูลอันดับการซื้อขาย 24 ชั่วโมงของ GMGN ระบุว่า ณ เวลา 11.00 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ วันที่ 7 มูลค่าซื้อขายหลักของตลาดมีมคอยน์อยู่ที่ 1,272 ล้านดอลลาร์ ตลาดที่เกี่ยวข้องกับโรบินฮู้ด(Robinhood, HOOD) ครองสัดส่วนถึง 65.2% ขณะที่การซื้อขายบนเครือข่ายโซลานา(Solana, SOL) เพิ่มขึ้น 49.0% ในรอบวัน
โพซิชันของกลุ่ม 'วาฬ' บนไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) พุ่งแตะ 8,043 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Coinglass ที่ระบุว่า ณ เวลา 11.03 น. ตามเวลาเกาหลีใต้ วันที่ 7 โพซิชันอนุพันธ์ของกลุ่มบัญชีรายใหญ่บนแพลตฟอร์มดังกล่าวมีมูลค่ารวม 8,043 ล้านดอลลาร์ โดยสัดส่วนโพซิชันขาย (Short) อยู่ที่ 52.3% สูงกว่าฝั่งโพซิชันซื้อ (Long) ที่ 47.7%
สินทรัพย์ที่ถูกขโมยจากเหตุแฮ็ก 'โคลด์การ์ด' ราว 45% ถูกโอนเข้าสู่กระบวนการมิกซิ่งและข้ามเครือข่ายแล้ว โดยบล็อกบีตส์(BlockBeats) รายงานเมื่อวันที่ 7 ว่าเงินที่เกี่ยวข้องกับเหตุแฮ็กระบบโคลด์การ์ด(Coldcard) ยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และประมาณ 45% ของสินทรัพย์ที่ถูกขโมยถูกโอนเข้าสู่กระบวนการมิกซิ่งหรือข้ามเครือข่าย (cross-chain) ด้าน Galaxy Research ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ว่าความเสียหายจากช่องโหว่ของโคลด์การ์ดอยู่ที่อย่างน้อย 1,778.84 BTC หรือคิดเป็นมูลค่า ณ ขณะนั้นราว 112.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.518 แสนล้านวอน)
ที่อยู่ที่เชื่อมโยงกับ 'เอเธน่า' 2 แห่งฝากโทเคน ENA มูลค่ารวม 19 ล้านโทเคนเข้าไบบิต โดยโอเดลี่(Odaily) รายงานว่าที่อยู่กระเป๋าเงิน 2 แห่งที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับโครงการเอเธน่า(Ethena) ได้ฝากโทเคน ENA จำนวน 19 ล้านโทเคนเข้าสู่ไบบิต(Bybit) ในช่วง 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.29 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,400 ล้านวอน) ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน ยอดโอนเข้าตลาดแลกเปลี่ยนแบบรวมศูนย์ (CEX) ของที่อยู่กลุ่มนี้รวมอยู่ที่ 6.75 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9,100 ล้านวอน)
กำหนดปลดล็อกโทเคนของ APT และลิเนียมาบรรจบกับเหตุถอนบิตคอยน์ผิดพลาดมูลค่า 320 ล้านดอลลาร์บนลิควิด เน็ตเวิร์ก โดยโทเคน อันล็อกส์(Token Unlocks) รายงานเมื่อเช้าวันที่ 7 ว่าเครือข่ายลิเนีย(Linea) มีกำหนดปลดล็อกโทเคนราว 960 ล้านโทเคน ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 10 ขณะที่แอปทอส(Aptos, APT) จะปลดล็อกโทเคนราว 11.31 ล้านโทเคน ในเวลา 19.00 น. ของวันที่ 11 ในวันเดียวกันนั้น เครือข่ายลิควิด(Liquid Network) เปิดเผยว่ามีเหตุถอนบิตคอยน์ผิดพลาดจากเฟเดอเรชัน (Federation) ราว 4,000 BTC ขณะที่ฮาร์โมนี(Harmony) เปิดเผยข้อเสนอปิดตัวเมนเน็ตในช่วงเวลาเดียวกัน
คำร้องเลื่อนเก็บภาษีคริปโตในเกาหลีใต้ได้รับการรับรองเกิน 32,000 รายชื่อ โดยพีเอเนวส์(PANews) รายงานเมื่อวันที่ 7 ว่าคำร้องต่อรัฐสภาเกาหลีใต้ที่เรียกร้องให้เลื่อนการเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลออกไปอีก 2 ปี ได้รับการรับรองเกิน 32,000 รายชื่อแล้ว โดยยังขาดอีกราว 18,000 รายชื่อ จากเกณฑ์ 50,000 รายชื่อที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภา คำร้องดังกล่าวเรียกร้องให้ปรับตารางการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการโอนและให้เช่าสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมีกำหนดเริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2027
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีถูกจับตาที่แนวต้าน '4.8%' โดยซีเอ็นบีซี(CNBC) รายงานว่ามิลเลอร์ ทาแบค(Miller Tabak) ระบุว่า หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรดังกล่าวยังคงเคลื่อนไหวเหนือระดับ 4.8% ต่อไป อาจสร้างปัญหาสำคัญต่อสินทรัพย์กลุ่มอื่นได้ ขณะที่รอยเตอร์ส(Reuters) รายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะ 4.774% เมื่อวันที่ 4 กันยายน และพุ่งขึ้นไปถึง 4.812% หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ
ค่าเงินดอลลาร์เทียบวอนร่วงแตะ 1,345.80 วอน โดยยอนฮับอินโฟแม็กซ์(Yonhap Infomax) รายงานว่า ณ เวลา 09.07 น. ของวันที่ 7 ตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศกรุงโซล ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบวอนเกาหลีใต้ (USD/KRW) อยู่ที่ 1,345.80 วอน ลดลง 4.60 วอนจากราคาปิดตลาดวันก่อนหน้า แม้ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ จะออกมาดี แต่แรงขายดอลลาร์จากกลุ่มผู้ส่งออกเซมิคอนดักเตอร์มีน้ำหนักมากกว่า ส่งผลให้ค่าเงินพยายามทะลุจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 อีกครั้ง
บริษัทหลักทรัพย์ซัมซุง (Samsung Securities) ปรับลดคาดการณ์ดอลลาร์-วอนสิ้นปีนี้เหลือ 1,300 วอน โดยระบุในรายงานเมื่อวันที่ 7 ว่าได้ปรับลดคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว ณ สิ้นปีนี้ ลงจาก 1,380 วอน เหลือ 1,300 วอน พร้อมปรับลดคาดการณ์สิ้นปีหน้าเหลือ 1,250 วอน โดยให้เหตุผลจากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นเกินคาดและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง
บทความนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลตลาดและการวิเคราะห์กราฟ ไม่ใช่คำแนะนำให้ลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเป็นการเฉพาะ
ความคิดเห็น 0