มูลนิธิเอชบาร์(HBAR) ซึ่งให้การสนับสนุนเหรียญเฮเดรา(HBAR) ได้ร่วมมือกับ Zoop บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์ม Web3 เพื่อลงสนามในการซื้อกิจการของแอปวิดีโอยอดนิยม ติ๊กต็อก(TikTok) ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าไม่ใช่แค่งานซื้อขายบริษัททั่วไป แต่เป็น ‘ความพยายาม’ เปิดระบบตอบแทนแบบใหม่ที่เน้นผู้สร้างสรรค์และผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง
Zoop คือสตาร์ทอัพด้านมีเดียที่ตั้งโดยหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง OnlyFans และกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มที่แบ่งรายได้จากคอนเทนต์โดยตรงให้แก่ผู้สร้าง เน้นการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน โดยอาร์เจ ฟิลิปส์(RJ Phillips) ซีอีโอร่วมของ Zoop กล่าวว่าการร่วมประมูลติ๊กต็อกในครั้งนี้เป็น “จุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ซึ่งช่วยให้ผู้สร้างสามารถสร้างรายได้จากผลงานของตนเองได้โดยตรง”
แพลตฟอร์มของ Zoop อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีโมเดลให้รางวัลผู้ใช้งานผ่าน ‘โทเคน’ และ ‘คะแนน’ สำหรับคอนเทนต์ที่อัปโหลด ระบบนี้สร้างบนเทคโนโลยีเฮเดรา แฮชกราฟ และมีแผนนำรายได้จาก NFT การสมัครสมาชิก และโฆษณามาผนวกเข้าระบบด้วย อีกทั้งยังเตรียมเปิดตัวโทเคน ‘ZOOP’ สำหรับการตอบแทนภายในแอปในอนาคต
สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ให้บริษัทไบต์แดนซ์ ผู้เป็นเจ้าของติ๊กต็อก ‘จำหน่ายกิจการสาขาในสหรัฐฯ’ ซึ่งทำให้เริ่มเกิดกระแสแย่งชิงการเข้าซื้อ โดยมีบริษัทเทคโนโลยีและนักลงทุนรายใหญ่ เช่น ออราเคิล และอันเดรีซเซน โฮโรวิตซ์ รวมถึงอเล็กซิส โอฮาเนียน ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit ที่เพิ่งประกาศแนวคิดติ๊กต็อกเวอร์ชันบล็อกเชน ร่วมเข้าประมูลเช่นกัน
สำหรับมูลนิธิเอชบาร์ การเข้าร่วมศึกครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญหลังจากเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาประกาศเตรียมเปิดตัว HashSphere เครือข่ายบล็อกเชนแบบปิดสำหรับองค์กร พร้อมขับเคลื่อนความร่วมมือด้าน Web3 กับหลากหลายอุตสาหกรรม
การแข่งขันเพื่อแย่งชิงติ๊กต็อกในครั้งนี้อาจเป็นปัจจัยที่จุดประกายการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในวงการโซเชียลมีเดียทั่วโลก หาก HBAR และ Zoop สามารถสร้างเวอร์ชันใหม่ของติ๊กต็อกที่ให้ ‘ผู้สร้างเป็นศูนย์กลาง’ และขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนได้สำเร็จ ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นต้นแบบของแพลตฟอร์มคอนเทนต์ในยุค Web3 ได้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0